+100%-

บทที่ 4 กุหลาบหนามแหลม

 

 

Aradeer

 

 

 

 

“ฮัลโหล แม่คะ ตั้งแต่วันนี้ หนูต้องทำภารกิจลับ คงไม่ได้กลับบ้านอีกซักพักนะคะ” ภายในห้องน้ำที่ปิดสนิท เซียวอี้ปลดกระโปรงผ้าเดนิมสั้นเต่อลงระหว่างต่อโทรศัพท์หามารดา “หนูรู้ค่ะ หนูจะระวังตัวเอง แม่น่าจะห่วงพวกชั่วๆ ที่ต้องโดนหนูเล่นงานมากกว่านะคะ ฝีมือของหนูสืบทอดมาจากพ่อเชียวนะ! อ้อ จริงสิ อย่าบอกพ่อหรือพี่ใหญ่ว่าหนูทำภารกิจลับอยู่นะคะ พวกเขาทำงานหนักมากพอแล้ว หนูไม่อยากให้ต้องมากังวลอีก ดูแลตัวเองด้วยนะคะแม่ อย่าเล่นไพ่นกกระจอกติดต่อกันนานเกินไปนะคะ เดี๋ยวจะปวดเอว แค่นี้นะคะหม่าม๊า หนูจะอาบน้ำแล้วค่ะ”

 

หลังวางสาย ดวงตาของเซียวอี้เอ่อคลอด้วยน้ำตา หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพื่อหลบหนีจากงานควบคุมสื่ออนาจารพวกนั้น เธอยอมรับอาสาภารกิจจับตา และยังหลอกแม่ของตนเองอีกต่างหาก เดิมที พ่อและพี่ชายของเธอถูกส่งเข้าร่วมทีมพิเศษในปักกิ่ง ทิ้งเธอและแม่อยู่บ้านในหลินไห่ ตอนนี้ แม้แต่ตัวเธอเองยังออกจากบ้านมาอีกคน ทิ้งให้แม่ที่อยู่มานานกว่าห้าทศวรรษของเธออยู่บ้านเพียงลำพัง

 

หญิงสาวสลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทิ้งไป เธอหวังว่าสองปีนี้ของเธอจะเป็นการเกิดใหม่ของเธอเช่นกัน สถานการณ์ที่ดีที่สุดที่อาจเป็นไปได้ คือหลังจบภารกิจนี้ เธอเองถูกย้ายไปปักกิ่งด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอจะพามารดาของเธอไป ครอบครัวจะได้อยู่อย่างพร้อมหน้า

 

เซียวอี้ถอดเสื้อเชิ๊ตรัดรูปออกขณะฮัมเพลงเป็นท่วงทำนองอันแผ่วเบา หญิงสาวสวมใส่เพียงบราลูกไม้สีดำสนิท จ้องมองไปยังรูปร่างระหงไร้ที่ติของตนเองในกระจกแต่งตัว ทันใดนั้นเอง ใครบางคนเคาะประตูจากด้านนอก

 

“อะไร? ชั้นกำลังอาบน้ำ นายไปใช้ห้องน้ำที่ชั้นล่างแทนสิ” เซียวอี้ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าคนที่เคาะประตูอยู่ด้านนอกห้องน้ำคือใคร

 

“ผมกำลังจะหนีในอีกสามสิบวินาที เริ่มนับถอยหลังตั้งแต่ตอนนี้” เฉินหมินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

“นายว่าอะไร?” เซียวอี้แตกตื่นตระหนก หญิงสาวเกือบลืมไปแล้วว่าคนที่ตนเองต้องติดตาม คือฆาตกรสังหารหมู่

 

“ผมหมายความตรงตัวตามที่พูด เธอมีเวลาอีกยี่สิบห้าวินาที” ทันทีที่เฉินหมินกล่าวจบ เขาออกวิ่งไปยังประตูทางออกชั้นล่าง

 

“ไอ้เลว! นายกล้าหนีเรอะ!?” เซียวอี้ตื่นตระหนก หญิงสาวหยิบเอี๊ยมกระโปรงสั้นที่เพิ่งถอดออกก่อนหน้านี้ขึ้นสวมใส่ พร้อมทะยานออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เธอไม่มีเวลาพอใส่เสื้อด้วยซ้ำ ชั่วเวลานี้เอง เฉินหมินปิดประตูบ้านลงแล้ว

 

เมื่อเห็นว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เซียวอี้ตื่นตัวในทันที หญิงสาวคว้าปืนพกวิ่งไล่ตามชายหนุ่มออกไปด้านนอก โชคยังดีที่พอมีเวลาใส่รองเท้า

 

ณ บริเวณทางเข้าย่านธุรกิจ ขณะนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว รอบบริเวณไม่มีคน ร่างของเฉินหมินภายใต้แสงไฟสีส้มส่องสว่างยามกลางคืนหมอบติดอยู่กับพื้นขณะพุ่งร่างไปเบื้องหน้า

 

“หยุด! อย่าหนีนะ!” เซียวอี้มาจากครอบครัวตำรวจ เธอตะโกนออกไปตามสัญชาตญาณในทันที เรียวขายาว 105 cm. ซอยถี่ยิบไล่ตามร่างเป้าหมาย

 

คนทั้งสองทิ้งระยะห่างกัน 100 เมตร ต่างเคลื่อนไหวด้วยระดับความเร็ว เฉินหมินยามนี้ไม่อยู่ในระยะยิงของปืนพกในมือของหญิงสาวอีกต่อไป เธอมีทางเลือกเพียงไล่ตามชายหนุ่มให้ทันเท่านั้น

 

เซียวอี้ทุ่มเต็มกำลัง หญิงสาววิ่งไล่ล่าติดตามชายหนุ่มราวบ้าคลั่งเป็นระยะทางทั้งหมด 1.2 กิโลเมตร เมื่อวิ่งต่อไปอีกสามนาที เธอก็ทะลุเข้าสู่ถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน

 

ถนนในค่ำคืนนี้คึกคักครึกครื้นเป็นพิเศษ เหล่าคนเดินเท้าหลายต่อหลายคนมองเห็นเซียวอี้วิ่งตะบึงโดยสวมใส่เพียงบราลูกไม้สีดำคาตา สายหื่นบางคนยกโทรศัพท์ออกมาในทันทีก่อนกดชัตเตอร์ลงไปที่ก้อนเนื้อขนาด 32C ที่กำลังดีดสะท้อนตามจังหวะการวิ่งของเธอ ทว่าทันทีที่พวกนั้นมองเห็นปืนพกที่อยู่ในมือของหญิงสาว หนอนน้อยที่กำลังตื่นตัวของพวกเขาก็ห่อเหี่ยวลงทันควัน ทั้งหมดเปิดทางให้เธอแต่โดยดี

 

เฉิมหมินที่นำอยู่ทางด้านหน้าราวกับสัตว์ประหลาดที่กระโจนลอดผ่านช่องว่างของฝูงชน ราวกับความเร็วชองชายหนุ่มไม่ได้รับผลกระทบใดๆแม้แต่น้อย คนเดินเท้าที่ชายหนุ่มพุ่งร่างผ่านเพียงรู้สึกถึงกระแสลมกรรโชกผ่าน เฉินหมินคว้าจับไปยังแนวกระถางไม้ดอกด้วยมือเดียวอย่างเชี่ยวชาญ จากนั้นพลิกร่างข้ามไปอย่างมืออาชีพ ท่าร่างของชายหนุ่มยังมั่นคงกว่านักยิมนาสติกอาชีพเสียอีก จากนั้น เขาสปีดเท้าออกวิ่งไปด้วยความเร็วเต็มที่อีกครั้ง

 

มีเพียงคนที่เคยไล่ตามเฉินหมินมาก่อนเท่านั้นจึงจะเข้าใจอย่างแท้จริงว่าเหตุใดสัตว์ประหลาดตัวนี้จึงต้องมีผู้สังเกตุการณ์คอยประกบ การพลิกร่างเหินข้ามวัตถุโดยใช้แขนเดียวค้ำยันเช่นเมื่อครู่ถือเป็นทักษะที่แสดงถึงสภาพร่างกายเหนือมนุษย์ของเขาเป็นอย่างดี เซียวอี้สรุปว่าแม้ตัวเธอจะไล่ตามพี่ชายของเธอที่ประจำการในฐานะพลรบพิเศษ หญิงสาวยังไม่ถูกทิ้งห่างถึงขนาดนี้ แต่ระยะ 100 เมตรระหว่างเฉินหมินและเธอไม่เคยย่นเข้ามาเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเธอจะทุ่มเทออกมาทั้งหมดแล้วก็ตาม

 

การวิ่งไล่ล่าอันบ้าคลั่งติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่งส่งผลให้เซียวอี้รู้สึกเหมือนปอดของเธอแทบจะระเบิดออกมา กล้ามเนื้อเเละเส้นเอ็นของเธอเจ็บปวดราวกับจะถูกฉีกออกในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง แต่เซียวอี้เพียงแค่กัดฟันไล่ตามร่างเฉินหมินต่อไปอย่างไม่ลดละ ราวกับมีชีวิตของเธอเป็นเดิมพัน หญิงสาวไม่ยอมท้อถอยแม้เศษเสี้ยว

 

เฉินหมินกระโจนเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ เซียวอี้ติดตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวมองเห็นเฉินหมินอยู่หลังประตูลิฟท์ที่กำลังเลื่อนประกบเข้าหากัน เขากำลังโบกมือบ๊ายบายใส่เธอ

 

“สารเลวเอ๊ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เซียวอี้ไม่เสียเวลาง้างไกเตือน หญิงสาวเล็งยิงออกไปในทันที ลูกกระสุนลอดผ่านช่องว่างของประตูลิฟท์ที่กำลังงับปิดลงเข้าไปภายใน แต่มันพลาดเป้าหมาย

 

ลิฟท์พุ่งขึ้นสู่ชั้นบนสุด เซียวอี้สูดลมหายใจลึก ก่อนพุ่งกระโจนเข้าใส่บันไดวนในทันที

 

“ฝีมือยิงปืนของอาหญิงเล็ก…ไม่เลวเลย” ภายในลิฟท์ เฉินหมินที่วิ่งเต็มความเร็วมานานยี่สิบนาทีไม่มีอาการหอบหายใจแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะลงบนแก้ม ที่มีเลือดไหลซิบออกมา

 

หลังจากวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดมาระยะเวลาหนึ่ง หัวใจของมนุษย์จะเต้นระรัว ลมหายใจของคนคนนั้นจะปั่นป่วน ส่งผลต่อประสิทธิภาพความแม่นยำในการเล็งเป้า แม้ระยะห่างเมื่อครู่จะแค่ 10 เมตร แค่เธอสามารถเล็งถูกประตูของลิฟท์ได้ หญิงสาวก็นับว่าเป็นชั้นแนวหน้าของกรมตำรวจแล้ว นี่เธอยังสามารถยิงลอดช่องว่างระหว่างประตูลิฟท์เข้ามาเฉี่ยวแก้มของเฉินหมินได้…ระดับฝีมือของเธอ อยู่ในขั้นเดียวกับหน่วยรบพิเศษ

 

เฉินหมิน มนุษย์อมตะคนนี้ขึ้นลิฟท์ตรงไปยังชั้นที่ 23   พวกเราสมควรสมเพชเซียวอี้ หญิงสาวกัดฟันทนวิ่งจนสองขาสั่นสะท้าน ก่อนจะตะเกียกตะกายขึ้นมาถึงชั้นบนสุด

 

ผิวกายของหญิงสาวชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อ บราเซียร์ลูกไม้สีดำเปียกโชกจนสามารถคั้นน้ำออกมาได้

 

นี่เป็นตึกพักอาศัยเก่าทรุดโทรม นอกจากทางขึ้นที่เซียวอี้ยืนอยู่ในตอนนี้ ไม่มีทางออกอื่นอีก หญิงสาวใช้เทคนิคการหายใจที่บิดาเคยสอนเพื่อปรับจังหวะหัวใจของตนเอง ฝืนกลั้นความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อขาที่สั่นสะท้านด้วยตะคริว ตรวจความพร้อมของอาวุธปืน ก่อนจะก้าวเท้าไปยังประตูสุดท้าย มือข้างหนึ่งผลักเปิดประตูออก 90 องศา มองสำรวจหาเป้าหมายอย่างคล่องแคล่วระมัดระวัง

 

ทว่าชั่ววินาทีนี้เอง เสียงกำปั้นกระทบประตูไม้ที่ข้างกายหญิงสาวลั่นออกมา วินาทีต่อมา บางอย่างคว้าจับลงบนปืนของเซียวอี้ ในชั่วเวลาไม่ถึง 0.1 วินาที ปืนสั้นพกพารุ่น77 ของเธอกลับถูกถอดประกอบออก กลายเป็นเศษเหล็กกองอยู่กับพื้น ราวกับมันเป็นเพียงเลโก้ตัวต่อธรรมดาเท่านั้น

 

การไม่ตอบแทนน้ำใจคือไร้มารยาท  เซียวอี้สปริงตัวขึ้นก่อนตวัดตัวกวาดเท้าเตะกลับหลังในทันที  ลูกเตะของหญิงสาวป่นประตูไม้ผู้โชคร้ายกลายเป็นผงปลิวเวียนว่อน

 

“ร่างกายของเธอไม่เลวเลย ช่วงขาของเธอแข็งแรง สภาพของเธอแกร่งกว่าผมสมัยที่เพิ่งเข้าร่วมนิรวานซะอีก” เฉินหมินตบเศษฝุ่นจากประตูไม้ออกจากร่าง เขามองไปที่เซียวอี้ที่ห่างไปสองเมตร พร้อมกล่าวชื่นชมออกมาอย่างจริงใจ

 

“หมัดของชั้นก็ไม่เลวนะ ไม่อยากลองเหรอ?” เซียวอี้กระชับกำปั้น เข้าสู่ท่าเตรียมพร้อมประจันบาน กล้ามเนื้อไหล่ของเธอเกร็งกระชับ รีดเร้นพละกำลังเท่าที่สามารถ กล้ามเนื้อหน้าท้องปรากฏแนวขึ้นอย่างชัดเจน เป็นความงามสุดอันตรายที่ผู้หญิงน้อยคนนักจะสามารถมีได้ ราวกับกุหลาบงามหนามแหลมอันร้ายกาจ

 

“ผมแนะนำให้เธอสงบใจลงก่อน ขาขวาของเธอตอนนี้เป็นตะคริว ร่างกายของเธอเองก็สูญเสียกำลังมากเกินไป ภายใต้เงื่อนไขนี้ เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผมอย่างสิ้นเชิง ถ้าเธอยังพอมีสมองอยู่บ้าง เธอควรจะเรียกตำรวจ และมอบหน้าที่ให้คนอื่นจะดีกว่า” เฉินหมินแนะนำ

 

“แน่นอนชั้นรู้ว่าการขอกำลังเสริมในตอนนี้คือวิธีการที่ดีที่สุด แต่ถ้าชั้นไม่ได้อัดนายด้วยตัวเองแล้วละก็ คุณผู้หญิงคนนี้ ไม่มีทางสงบใจได้!” เซียวอี้ดีดขาข้างหนึ่งออก ทะยานมาข้างหน้าสองก้าว เข้าประชิดตัวเฉินหมินในพริบตา ระดับความเร็วของเธอรวดเร็วกว่านักชกมืออาชีพ หญิงสาวรัวหมัดต่อเนื่องออกมาชุดหนึ่ง ทุกหมัดก่อกระแสลมดังหวืดหวือ

 

เฉินหมินล่าถอยพลางหลบหลีก การเคลื่อนไหวดูคล้ายชายหนุ่มคือคู่เต้นรำของเซียวอี้ที่มีข้อตกลงทางเทคนิคต่อกัน เพียงพริบตา เฉินหมินล่าถอยไปกว่าห้าเมตร จากนั้น ชายหนุ่มรวบจับเซียวอี้ไว้ในอ้อมอก

 

“พอแล้ว เธอผ่าน” เฉินหมินกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ข้างใบหูของเซียวอี้

 

“งั้นเหรอ?” เซียวอี้หัวเราะออกมาด้วยใบหน้าซีดขาว ทันใดนั้นเอง หญิงสาวขย้ำลงบนบ่าของเฉินหมินอย่างรุนแรง แม้แต่เสื้อของชายหนุ่มยังขาดออก ไรฟันขาวของหญิงสาวจมลึกลงไปในกล้ามเนื้อของชายหนุ่ม

 

“ก็ได้ๆ เธอไม่ผ่านเฉยๆ แต่เธอยอดเยี่ยมมาก” มือทั้งสองข้างของเฉินหมินกดลงยังต้นคอด้านหลังของเซียวอี้ ชั่วเวลานั้นเอง เซียวอี้ที่กำลังอาละวาดทั่วร่างด้านชา หญิงสาวสิ้นฤทธิ์ในทันที

 

ห้านาทีต่อมา ณ ระเบียงอพาร์ตเมนต์เก่าทรุดโทรมที่มีขี้เลื่อยเป็นฉากหลัง ร่างของเซียวอี้นั่งแหมะอยู่กับพื้นคอนกรีตโดยที่สองมือถูกพันธนาการ เฉินหมินนั่งอยู่ต่อหน้าหญิงสาว ชายหนุ่มยื่นมือออกจับลงบนรองเท้าบนเรียวขาข้างขวาที่สั่นสะท้านจากอาการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อ พร้อมทั้งดึงรองเท้าออก จากนั้น เฉินหมินลงมือนวดเท้าข้างนั้นอย่างจริงจัง สองมือของเขายังเชี่ยวชาญกว่าครูฝึกตำรวจของเธอเสียอีก มันอ่อนโยนนุ่มนวลกว่ากันมาก

 

“ผมกำลังจะเริ่มธุรกิจบอดี้การ์ดอีกครั้ง ต่อจากนี้ไป จะมีแต่อันตรายรอบตัว ผมไม่สามารถปกป้องทั้งเธอและลูกค้าไปพร้อมๆ กันได้ ดังนั้น ผมต้องทดสอบทักษะการเอาตัวรอดของเธอก่อน เธอเองก็ยอดเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้ ไม่ว่าจะสภาพร่างกาย ความแม่นปืน หรือทักษะการต่อสู้ประชิดตัว ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผู้หญิงมักมีไม่พอ” เฉินหมินค่อยๆอธิบายอย่างใจเย็น ชายหนุ่มแสดงท่าทางราวกำลังพูดคุยระหว่างมื้อดินเนอร์

 

“มา มา มา! งั้นก็ปลดเชือกสิ ชั้นจะให้นายได้ลิ้มรสลูกเตะทะลวงไข่อันทรงพลังของคุณผู้หญิงคนนี้เอง! โอ๊ย! เจ็บ! เบาๆ หน่อยสิ!” ระหว่างที่หญิงสาวกำลังร่ำร้องด้วยความแค้นเคือง เฉินหมินออกแรงดึงกล้ามเนื้อของเธอ หญิงสาวไม่อาจไม่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด สองแก้มของเธอกลับกลายเป็นแดงก่ำ

 

“ผมได้เห็นพอแล้ว แน่นอน นอกเหนือจากปัจจัยทางกายภาพแล้ว ที่ผมชื่นชอบคือความอุทิศตนต่อภารกิจของเธอ เธอไม่ยอมแพ้จนถึงที่สุด เธอมีคุณสมบัติในการเป็นผู้ช่วยของผม” เฉินหมินกล่าวพลางฉีกยิ้ม

 

“ชั้นเป็นผู้เฝ้าดูนาย ใครอยากเป็นผู้ช่วยนายกัน?” เซียวอี้กล่าวพลางขยับหมุนข้อเท้า อาการกล้ามเนื้อเกร็งหายไปแล้ว

 

“ในฐานะผู้ชายที่ชะตาลิขิตให้เกิดมาเป็นบอดี้การ์ด เธอจะเฝ้าติดตามผมได้ยังไงถ้าไม่มาเป็นผู้ช่วยผมน่ะ?” ตรรกะประหลาดของเฉินหมินกลับยากที่จะปฏิเสธได้

 

“ตรรกะของนายมันเพี้ยน ชั้นไม่มีอารมณ์มาเถียงกับนายหรอก ไม่ใช่ชั้นอยากดับฝันของนายด้วยการราดน้ำเย็นใส่หรอกนะ แต่คู่แข่งสำคัญที่สุดของนายก็คือ 110 (สายด่วนเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ของจีน) พวกนั้นเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เรื่องขี้หมาอย่างกุญแจบ้านหาย ยันเรื่องคอขาดบาดตายอย่างการลักพาตัว พวกนั้นรับผิดชอบได้ทั้งหมด งานบอดี้การ์ดไม่ใช่อะไรที่เหมาะจะทำในประเทศจีน”

 

“นั่นไม่เกี่ยวกัน ในโลกนี้ มีเรื่องบางเรื่องที่ตำรวจทำไม่ได้ แต่บอดี้การ์ดทำได้” เฉิมหมินคลายเชือก ประกอบปืนพกของหญิงสาวกลับเช่นเดิม ก่อนส่งคืนให้แก่เธอ

 

เซียวอี้พยายามสะกดกลั้นความต้องการในการระเบิดสมองของผู้ชายตรงหน้าทิ้งไป ก่อนจะเก็บปืนใส่ซองที่ห้อยแขวนที่สะโพก

 

“มานี่สิ ผมจะให้เธอดูงานแรกที่ผมเลือก” เฉินหมินทำท่าทางลึกลับ ก่อนดึงร่างของหญิงสาวมายังขอบระเบียง ตรงข้ามกับทั้งสอง เป็นหน้าจออิเล็คโทรนิคขนาดใหญ่ยักษ์ ข่าวที่กำลังถูกรายงานออกมาคือ “นักร้องดัง หยกฝัน ได้รับจดหมายข่มขู่

 

“ไม่มีทาง! ตอนนี้หยกฝันดังขนาดไหน นายจะไปเป็นบอดี้การ์ดให้เธอได้ไง?” เซียวอี้ขมวดคิ้ว

 

“ตราบใดที่ผมต้องการ เธอจะกลายมาเป็นลูกค้าของผมจนได้” เฉินหมินหัวเราะออกมาอย่างไร้ยางอาย ชายหนุ่มเหล่มองเซียวอี้ในชุดบราลูกไม้สีดำบนร่างท่อนบน “ว่าแต่ว่า เธอไม่หนาวบ้างเลยรึไง?”

 

เมื่อได้ยินเฉินหมิงพูด เซียวอี้ก้มศีรษะลง ใบหน้าแดงก่ำขึ้นสีในทันที กลายเป็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอสวมบราลูกไม้ตัวเดียววิ่งออกมาด้านนอก กระต่ายน้อยขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะของเธอทั้งคู่โผล่ออกมาเกือบครึ่ง หญิงสาวยกสองมือกอดอกในทันทีพร้อมทั้งจ้องเขม็งไปยังเฉินหมิน “นาย ไอ้โรคจิต ทั้งหมดก็เพราะนายนั่นแหละ!”

 

“อากาศเริ่มเย็นแล้ว กลับบ้านกัน” เฉินหมินคลุมเสื้อแจ็คเก็ตของเขาลงบนบ่าของเซียวอี้ จากนั้นล้วงมือเข้าไปในกระเป่าพร้อมก้าวเดินออกไป

 

“เฉินหมิน” มองไปยังแผ่นหลังแข็งแกร่งกำยำของบุรุษตรงหน้า เซียวอี้เรียกชื่อเขาออกมา

 

“อะไร?”

 

“คราวหน้า ถ้านายกล้าล้อเล่นกับชั้นแบบนี้อีกละก็ ชั้นสาบานว่าจะระเบิดหัวนายออกมา”

 

“รอให้ถึงตอนที่เธอยิงชั้นตายก่อนเถอะ แล้วค่อยพูด “แม่กุหลาบหนามแหลม”” เฉินหมินเปล่งเสียงหัวเราะแบบพวกมาโซคิสม์ออกมา

 


 

Aradeer : ฮึ่ยๆๆๆ อ่านมาถึงตอนนี้ รู้สึกอย่างไรกะพระ-นาง เราบ้าง ยิ่งแปลยิ่งรู้สึกหมั่นไส้พระเอกเรา ชอบแกล้งนางเอกจริงๆ แบบนี้สินะที่เรียกว่าซึนอ่ะ คริคริ  ฟินนนนน์

ปล. ใครมีข้อแนะนำด้านการแปลและสำนวนภาษา บอกมาได้นะ เราแปลนิยายย้อนยุคเป็นส่วนมาก นี่ก็พยายามกลับมาทันสมัยกะเค้าบ้าง  แต่บางทีก็นึกคำไม่ออก ใครว่างๆ ลองแก้สำนวนเราก็ได้นะ เสนอแนะมาบางประโยคก็ได้ จะได้เปิดหูเปิดตา

 

 

ภาคผนวก

ของคุณคุณ ไมเกรน เฉยเลย ที่ทักท้วงเรื่องขนาดปืน ตามต้นฉบับภาษาอังกฤษ ปืนที่นางเอกใช้ คือ .77 caliber pistol ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า ปืนพกลำกล้องสั้นขนาด .77 มม.

อันที่จริง ในต้นฉบับภาษาจีน ที่เราไปค้นมา ปืนที่นางเอกใช้ คือ   77  式手枪  ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า ปืนพกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไทป์ 77 [Type 77 pistol]

ปืนจีนแดงที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในปี 1981 เพื่อกองกำลังรักษาความสงบและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผลิตและออกแบบโดยหน่วยงานภายในประเทศ ขนาดกระสุนที่ใช้ คือ 7.62 x 17 มิลลิเมตร (คิดเป็นนิ้ว คือประมาณขนาด .30 )  กระสุนขนาดนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยม แบบปืนพกเองถูกพัฒนาต่ออีกหลายรุ่น (เรียกว่ารุ่นนี้ค่อนข้างล้าหลังหน่อย) ตอนนี้นิยมใช้เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจมณฑลรอบนอก กระสุนเองก็ผลิตมาเพื่อตลาดในประเทศส่วนใหญ่ เรียกว่าปืนพกสัญชาติจีนของแท้

ภาพปืน ไทป์ 77 ที่นางเอกใช้

pistol-type77

น้ำหนักตัวปืนเปล่า 1.1 ปอนด์

ความยาวลำกล้อง 5.8 นิ้ว

Facebook Comment