+100%-

บทที่ 3 สำนักงานบอดี้การ์ดตระกูลเฉิน

 

translated by TaffyGirl13 at https://taffygirl13.wordpress.com/teasers/god-level-bodyguard-in-the-city/god-level-bodyguard-in-the-city-3/

—————————————————————————————————————————-

 

แปลไทย  Aradeer

 

 

 

ดังที่เฉินหมินกล่าวไว้ เซียวอี้เกิดในตระกูลตำรวจอย่างแท้จริง ตั้งแต่รุ่นคุณปู่เป็นต้นมา ไม่ว่าลูกหลานจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทุกคนในตระกูลต้องเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับเซียวอี้น้อยแล้วนั้น เสื้อผ้าชุดที่สวยที่สุดสำหรับเธอก็คือชุดเครื่องแบบ ของเล่นที่สนุกสนานที่สุดคืออาวุธปืน และการละเล่นที่น่าสนใจที่สุด คือการฝึกทักษะคว้าจับ…

 

เช่นนี้ หนูน้อยได้รับอิทธิพลเต็มเปี่ยมจากบิดาและพี่ชาย ผู้ซึ่งเป็นดั่งไอดอลนำทางชีวิตเธอ

 

หญิงสาวมุมานะตั้งใจเล่าเรียน เธอสอบผ่านการทดสอบเข้าสู่สถาบันตำรวจ พร้อมทั้งจบการศึกษาออกมาอย่างรวดเร็วด้วยผลการเรียนโดดเด่น ความทุ่มเททั้งหมด เพียงเพื่อต้องการเป็นตำรวจปราบปรามอาชญากรรมภาคสนาม หากทว่า…เธอไม่คาดคิดเลยว่าเมื่อได้รับการบรรจุมายังกองกำกับการเมืองหลินไห่เพื่อรับการฝึกงาน หญิงสาวกลับต้องมาพบเจอครูฝึกชั่วๆที่พยายามล่วงละเมิดทางเพศ ตำรวจหญิงผู้เที่ยงธรรมเช่นเธอรายงานเรื่องนี้ต่อผู้บังคับบัญชาในทันที  ครูฝึกคนนั้นถึงขั้นถูกกักตัวสืบสวน

 

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย แต่เธอกลับถูกตราหน้าเป็น “ตัวปัญหา” ไปในทันทีเพราะเรื่องนี้ สุดท้าย หญิงสาวไม่เคยได้รับมอบหมายหน้าที่ในการไล่ล่าคนร้ายคดีค้ายาเสพติดที่กำลังหลบหนีแต่ประการใด กลับกัน เธอติดกับงานอำนวยการในกองสืบสวนทั้งหลายแหล่ ไม่เพียงแค่นั้น เธอได้รับหน้าที่พิเศษในการจัดการเอกสาร และกลายเป็น…เจ้าหน้าที่รับผิดชอบควบคุมสื่อลามกอนาจาร

 

นี่มันน่าอับอายขนาดไหนกัน? ยิ่งกว่านั้น เธอยังเป็นตำรวจสาวเวอร์จิ้นที่ไม่ประสาเรื่องเซ็กซ์เลยแม้แต่น้อย แต่เธอต้องมานั่งใช้เวลาส่วนใหญ่ตลอดทั้งวันในการกลั่นกรองสื่อลามกทั้งหลายแหล่ เดือนแรกของการลุยงาน หญิงสาวกลืนข้าวไม่ลงคอ ทั้งยังต้องพึ่งพายานอนหลับอย่างต่อเนื่องในยามค่ำคืน ภาพทุกอย่างในชีวิตของเธอกลับกลายเป็นลายโมเสคเซ็นเซอร์แห่งความลามกไปจนหมดสิ้น

 

หญิงสาวต้องการยื่นใบลาออกนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่เธอกลับไปเยี่ยมบ้าน มารดาของเธอต้องถามไถ่ถึงหน้าที่การงานของเธอด้วยความกระตือรือร้น หญิงสาวทำได้แค่ฮึดสู้ฝืนยิ้มออกมาพร้อมตอบว่า “ก็ดีค่ะ เหมาะสมดี”

 

เซียวอี้ไม่อาจรวบรวมความกล้าบอกความจริงต่อคุณแม่ผู้เกษียณออกจากงานเจ้าหน้าที่ควบคุมความสงบ ผู้ชื่นชอบในการป่าวประกาศต่อคนอื่นๆ ว่าลูกสาวของเธอยามนี้ ได้กลายเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อันน่าภาคภูมิไปแล้ว

 

เซียวอี้รอคอยอย่างเงียบงันถึงโครงการนิรวาน…วันหนึ่ง ลูกพี่ลูกน้องของเธอจากเมืองหลวงบอกเล่าถึงนักโทษที่กำลังกลับมายังเมืองหลินไห่ ประวัติของหมอนี่ไม่ธรรมดา และกองกำกับการตำรวจสืบสวนแห่งหลินไห่ต้องการใครสักคนที่จะตามประกบเป้าหมาย ผู้สังเกตุการณ์จำเป็นต้องรายงานทุกความประพฤติของนักโทษรายนี้เป็นเวลาสองปี เนื่องเพราะสภาพแวดล้อมพิเศษของเคสนี้ จำนวนผู้อาสารับทำงานนี้จึงเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม ใครที่สามารถบรรลุภารกิจนี้ได้ แน่นอนย่อมต้องกลายเป็นยอดอัจริยะที่ตำรวจทุกคนต้องริษยา

 

เซียวอี้โยนความหวาดระแวงทั้งหลายไปกับสายลม ก่อนตรงเข้าพบท่านผู้บัญชาการเพื่อรับงานนี้ในทันที นี่เป็นโอกาสเดียวที่หญิงสาวจะสามารถกระโจนหนีออกจากงานในปัจจุบันของเธอได้ ผู้บัญชาการลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อดูจากเอกสารแสดงเจตจำนงในมือของเธอ ท่านผบ. ยินยอมส่งมอบงานนี้ให้ในที่สุด

 

แต่ เซียวอี้ไม่ทราบมาก่อนเลยว่า เป้าหมายสังเกตุการณ์ของเธอ จะเป็นฆาตกรโหดแชมป์เยาวชน —เฉินหมิน

 

การนั่งข้างๆ กับฆาตกรมือฉมังในรถแคบๆ ให้ความรู้สึกยังไงน่ะเหรอ? เซียวอี้เฝ้าครุ่นคิดอธิษฐานอย่างไม่สิ้นสุดภายในใจให้ไอ้บ้านี่ขาดใจตายไปซะที ทั้งหมดนี่ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะการคงอยู่ของหมอนี่มันคือคราบสกปรกที่เลวร้ายที่สุด ทันทีที่ชายหนุ่มมองเห็นสาวสวย เขาจะผิวปากขึ้นมาทันที ตอนที่รถจอดติดไฟแดง เฉินหมินยังหันไปถามสาวงามบนรถคันข้างๆ ว่าหล่อนราคาเท่าไหร่ต่อคืน

 

เมื่อเขามองเห็นตึกสูงเสียดฟ้า ….เขาร้อง *ว้าวววว*

 

พอเห็นแม่สาวหน้าสวยสุดสะบึม ….เขาร้อง *ว้าววว*

 

พอเห็นยายแก่วิ่งถลาเข้าใส่รถ ….เขาก็ร้อง *ว้าววว*...

 

“นายเป็นตุ๊กตาดาลเสียรึไง? เลิกไอ้เสียงร้อง ว้าวววว บ้าๆนั่นซะทีได้มั้ย!” เซียวอี้อดรนทนไม่ไหวในที่สุด

 

“ผมไม่ได้กลับมาตั้งสิบปีเต็มนะ แน่นอนว่าอะไรๆก็ต้องน่าสนใจเป็นธรรมดา ไอ้ผู้พันเกาบัดซบนั่นให้ผมใช้เวลาเกินครึ่งทนอยู่ท่ามกลางกองซากศพ แอฟริกากลายเป็นบ้านของผม ที่นั่นมีแต่สาวผิวดำ! ดำขนาดแยกไม่ออกด้วยกล้องมองกลางคืนด้วยซ้ำ![1] ได้เจอสาวๆ ขาวสวยในบ้านเกิดตัวเองแบบนี้ รู้สึกว่าความพยายามที่ผ่านมา มันคุ้มค่าชะมัด” เฉินหมินกล่าว ขณะสองตาเลื่อนตามสาวฮอทไซส์ 34 F ที่ผ่านหน้าไป หน้าอกของหญิงสาวดีดกระเพื่อมขึ้นลงตามการเคลื่อนไหว เฉินหมินคร่ำครวญออกมาพร้อมน้ำลายที่ไหลยืด

 

“ความปัญญานิ่มไม่มีทางรักษาได้ พระเจ้า ขอให้สองปีนี้ผ่านไปเร็วๆด้วยเถอะ!” เซียวอี้ลอบภาวนา เธออยู่ข้างๆหมอนี่แค่ยี่สิบนาที แต่ตอนนี้เธอทะลุขีดจำกัดไปเรียบร้อยแล้ว

 

รถจี๊ปผ่านเข้าสู่ย่านที่พักอาศัยกลางแหล่งธุรกิจ ท่ามกลางตึกสูงเสียดฟ้า ปรากฏบ้านสองชั้นสภาพทรุดโทรมหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่เฉินจ้งหยางเหลือทิ้งไว้ให้เฉินหมิน หลายปีที่ผ่านมา บริเวณโดยรอบกลายเป็นย่านธุรกิจระดับไฮเอนด์ แต่บ้านหลังนี้ก็ยังคงอยู่

 

มันไม่เคยถูกทุบทิ้งโดยเหล่าบริษัทรับเหมา เนื่องเพราะบริษัทผู้พัฒนาศูนย์ธุรกิจแห่งนี้ได้รับคำสั่งมาจากเบื้องบน ไม่ว่าบริเวณโดยรอบจะได้รับความเสียหายมากมายแค่ไหน หากพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องแม้แต่หญ้าสักต้นในบ้านหลังนี้

 

“ถึงแล้ว” เซียวอี้เลื่อนรถเข้าสู่โรงจอดรถ ฝูงแมลงสาปแตกตื่นวิ่งหนีอลหม่าน

 

จากมาตรฐานของเมื่อสิบปีก่อน บ้านสองชั้นของเฉินจ้งหยางที่สร้างไว้ถือว่ามีความทันสมัยอยู่พอสมควร มีทั้งโรงจอดรถ สวนหย่อม ทั้งหลังคาเปิดที่ทั้งบ้านสามารถขึ้นไปนอนดูดาวพร้อมๆ กันบ้านหลังนี้แทบเป็นน้ำพักน้ำแรงทั้งหมดของเฉินจ้งหยาง เพื่อให้เป็นสถานที่ของครอบครัวอย่างแท้จริง

 

เห็นบ้านที่เคยสุขสบายกลายเป็นทรุดโทรม ความรู้สึกของเฉินหมินว้าวุ่นซับซ้อน แต่ไม่มีใครสามารถมองออกถึงความรู้สึกของเขาได้ ชายหนุ่มหยิบป้ายที่ถูกพิงไว้ข้างรั้วไม้ออกมาปัดฝุ่นที่ทับถมเป็นชั้นหนา ตัวอักษรบนป้ายโผล่ออกมาเป็นคำว่า “สำนักงานบอดี้การ์ดตระกูลเฉิน พวกเราทุ่มเทจิตใจให้บริการคุณ”

 

ตัวอักษรบนป้านเหล่านี้เป็นลายมือของแม่ของเขา เพราะพ่อถนัดแต่เรื่องปืน ลายมือของพ่อเลยดูไม่ได้ยิ่งกว่าไก่เขี่ยซะอีก

 

“จากวันนี้ไป เราจะอยู่ที่นี่ มันเก่าก็จริง แต่ก็ยังมีสนามหน้าบ้าน ที่แบบนี้บนถนนเส้นนี้หาไม่ได้อีกแล้ว หืม?” เซียวอี้ยืนเท้าเอวอยู่หน้าประตูบ้าน

 

ทันใดนั้นเอง ประตูบ้านถูกเปิดออกจากด้านใน ผู้ชายสี่คนเดินลากแท่งเหล็กและท่อนไม้ออกมา รอยเข็มอันชัดเจนปรากฏขึ้นที่ข้อแขน ทั้งยังมีร่องรอยของผงสีขาวฉาบเคลือบอยู่ เห็นได้ชัดว่าทั้งสี่เป็นพวกขี้ยา

 

“ไอ้หน้าเหม็น หลีกไป! นี่มันที่ของข้า!” ตัวหัวโจกร่างหนา ส่วนสูง 185 cm. คำรามออกมาในทันที คนเสพยาที่มีรูปร่างเช่นนี้ นับว่าหาได้ยากจริงๆ

 

“ลูกพี่ แม่นั่นไม่เลวเลย! พวกเรามาสนุกกันหน่อยดีมั้ย?” ไอ้แห้งหน้าอัปลักษณ์คนหนึ่งพูด

 

“สวะอย่างพวกแกไม่มียางอาย กล้ายึดบ้านคนอื่นกลางวันแสกๆ พี้ยา แถมยังข่มขู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ คิดทำมิดีมิร้ายผู้หญิง พวกแกรู้มั้ยว่าต้องติดคุกนานเท่าไหร่หากโดนข้อหาทั้งหมดนี่รวมกัน?” เซียวอี้จ้องมองอย่างเย็นชาไปยังพวกมันด้วยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ เธอไม่สนใจพวกขี้ยาสองสามคนแค่นี้แน่นอน

 

ชั่วเวลาที่เธอกำลังจะผดุงความยุติธรรมนั่นเอง เฉินหมินก้าวออกมาจากทางด้านหลัง พร้อมทั้งเหวี่ยงป้ายสกปรกเก่าคร่ำใส่อ้อมแขนของหญิงสาว

 

“ถือไว้” ชายหนุ่มกล่าวขณะเดินเข้าหากลุ่มอันธพาล

 

“ไอ้หน้าเหม็น อยากช่วยแม่นั่นรึไง!?” ชายร่างยักษ์สูญเสียตรรกะเหตุผลไปจนหมดสิ้นจากการเสพยามากเกินไป มันแกว่งแขนไปรอบๆ เหวี่ยงท่อนไม้ในมือเข้าใส่ศีรษะของเฉินหมิน  หากไม้ท่อนนั้นเข้าเป้า เฉินหมินไม่กลายเป็นปัญญาอ่อน ก็ต้องตายอย่างแน่นอน

 

ณ ชั่วเวลาที่เซียวอี้กำลังเตรียมสอดมือเข้าช่วย เธอเห็นร่างของเฉินหมินขยับวูบ ปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่องไวจนดูเหมือนวูบหาย ท่อนไม้เหวี่ยงพลาดเป้าในทันที ไม่ทันรอให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวได้ เฉินหมินใช้นิ้วชี้ของตนเองทิ่มใส่รูจมูกไอ้ขี้ยา ก่อนสลัดเหวี่ยงมันลงกับพื้น

 

หัวโจกอันน่าสงสารของกลุ่มอันธพาลผู้มีร่างสูงกว่าเฉินหมินครึ่งศีรษะร่วงกระแทกลงบนพื้นคอนกรีตจนพื้นสั่นสะเทือน สายตาของหัวหน้าขี้ยากลอกกลับไปด้านหลัง มุมปากปรากฏฟองสีขาวซึมออกมา

 

ขี้ก้างอีกสามคนที่เหลือฉี่ราดกางเกงด้วยความตื่นกลัวในทันที พวกมันก็แค่พี้ยา ไม่ใช่อันธพาลหัวไม้ที่อาละวาดข้างถนนด้วยซ้ำ ในบรรดาทั้งสี่คน คนที่สู้คนที่สุดคือหัวหน้าของมันที่ตอนนี้โดนน็อคร่วงโดยนิ้วชี้ข้างเดียวของเฉินหมินไปแล้ว พวกมันทิ้งอาวุธในมือโดยทันที

 

“จากวันนี้ไป ใครก็ตามที่กล้าเหยียบเข้าบ้านชั้นแม้เพียงครึ่งก้าว มัน-ตาย!” เฉินหมินกล่าวพร้อมทั้งเช็ดขี้มูกและเลือดของไอ้ตัวหัวโจกออกจากนิ้วมือ “ไสหัวไป!”

 

ชายหนุ่มตะคอกไล่ ข่มขู่ขี้ยาผู้ขวัญเสียจนกระเจิดกระเจิง ทั้งหมดกลับซื่อสัตย์อยู่บ้าง พวกมันแบกร่างไร้สติของหัวหน้ามันไปด้วย

 

เมื่อเห็นว่าเฉินหมินไม่กระทำการละเมิดกฏจริงๆ เซียวอี้จึงปล่อยมือออกจากปืนที่ห้อยอยู่ข้างเอว และคราวนี้ …ปืนบรรจุกระสุนจริง

 

ผู้คุมเคยบันทึกไว้ว่าเนื่องเพราะเฉินหมินใช้ทักษะสังหารที่ร้ายกาจอย่างที่สุด ชายหนุ่มนับเป็นตัวอันตรายใหญ่หลวงต่อสังคม พวกเขาไม่อาจแน่ใจว่าชายหนุ่มจะสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างแท้จริง นี่เป็นสาเหตุที่ต้องจัดหาผู้สังเกตุการณ์เพื่อประกบติดชายหนุ่มไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

 

ภารกิจที่สำคัญที่สุดของเซียวอี้ระหว่างระยะทัณฑ์บนนี้ ไม่ใช่การติดตามรายงานพฤติกรรม แต่เป็นการลงมือสังหารชายหนุ่ม ทันทีที่มีแนวโน้มในการหลุดการควบคุมและใช้ความรุนแรงเกินมาตรฐาน แน่นอนว่าเซียวอี้ไม่ปรารถนาทำเช่นนั้นแม้แต่น้อย ไม่ใช่เธอสงสารเฉินหมินแต่ประการใด แต่เป็นเพราะทันทีที่เฉินหมินหมดลมหายใจ ภารกิจของเธอจะจบลงในทันที ที่รอคอยเธออยู่ คือภาพยนตร์ติดเรทหลากหลายเวอร์ชั่นอันไร้ที่สิ้นสุด ยิ่งกว่านั้น เธอเพิ่งได้ข่าวคราวการบุกทลายโรงงานวีดีโอโป๊เกย์ เมื่อเธอนึกจินตนาการถึงภาพและเสียงครวญครางของเหล่านักแสดงที่ฉายอยู่บนสกรีน เซียวอี้อดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้

 

ช่วงเวลาทั้งหมดที่เหลือ หมดไปกับการทำความสะอาดบ้านตระกูลเฉิน เซียวอี้แน่นอนว่าเป็นเพียงผู้เฝ้าดู ไม่ใช่แม่บ้าน ดังนั้น เธอปราศจากความคิดยื่นมือเข้าไปอย่างแน่นอน

 

หญิงสาวเฝ้ามองร่างของเฉินหมิน ที่ยามนี้ถอดเสื้อทีเชิร์ตเข้ารูปของตนออกเพื่อเตรียมลงมือทำงาน นอกเหนือจากกล้ามเนื้อได้รูปสวยตรงแผ่นอกและแผ่นหลัง ยังมีรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนประทับอยู่บนร่างของชายหนุ่มเต็มไปหมด

 

เซียวอี้ตกตะลึง เรือนร่างของบุรุษหนุ่มตรงหน้าเธอผู้นี้ราวกับหลอมสร้างมาจากเหล็กไหล แผลเป็นนับไม่ถ้วนบนร่าง คล้ายกับชายหนุ่มถูกคมมีดกรีดกระชากมานับครั้งไม่ถ้วน

 

คนที่ทำการรักษาให้แก่ชายหนุ่ม แน่นอนว่าไม่ใช่แพทย์ หากแต่เป็นคนงานเย็บผ้าซะมากกว่า เซียวอี้มองเห็นบาดแผลยาวกว้างครึ่งนิ้วที่พาดผ่านตั้งแต่บ่าซ้าย ยาวลงมาถึงสะโพกขวา ทั้งหมดยาวกว่าหนึ่งเมตร

 

ช่างจินตนาการออกมาอย่างยากลำบากเหลือเกินว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้ใช้ชีวิตสิบปีที่ผ่านมาแบบไหนกันแน่ นั่นต้องเป็นขุมนรกอย่างแน่นอน อย่างไรเสีย บาปกรรมที่ชายหนุ่มกระทำ สมควรสูบลากร่างเขาลงไปรับทัณฑ์ทรมาณในนรกภูมิมานานแล้ว ตอนนี้ เฉินหมินถือกำเนิดใหม่ เซียวอี้ปรารถนาอย่างสุดใจว่า ความยุติธรรมและคุณธรรมในใจของเขา จงอย่าได้ถูกล้างสังหารไปพร้อมกับการลงมือฆ่าล้างบางของเขาในคราวนั้นจนหมดสิ้น

 

ชายหนุ่มใช้เวลาบ่ายนั้น ทำภารกิจทำความสะอาดที่ปกติต้องใช้เวลาสองวันจนสำเร็จเสร็จสิ้น เขามีร่างกายแข็งแรงราวสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง เขาถึงกับยกโซฟาหักๆ ขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว ทั้งยังแบกโซฟาอันนั้นไปตรงโน้นตรงนี้อย่างไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อย…

 

เฉินหมินยังถอนวัชพืชในสวนจนหมด ซ่อมแซมประตูโรงรถ บ้านสองชั้นที่ถูกทิ้งร้างมานานสิบปี ตอนนี้ส่องประกายราวกับบ้านที่แท้จริงขึ้นมาบ้างแล้ว

 

“ตอนนี้นายมีบ้านของตัวเองแล้ว นายวางแผนทำอะไรต่อไป? ชั้นมีงานดีๆ สองสามที่ที่สามารถแนะนำให้นายได้” เซียวอี้ก้าวเข้าไปหาเฉินหมิน สายตากวาดมองไปทั่วทั้งบ้านตระกูลเฉิน

 

“ไม่จำเป็น ผมรู้แล้วว่าผมจะทำอะไร” เฉินหมินหยิบป้ายที่ส่องประกายแขวนลงยังประตูหน้าบ้านพร้อมกล่าวว่า “สำนักงานบอดี้การ์ดตระกูลเฉิน จะเปิดทำการอีกครั้งในวันนี้!”

 

“นายล้อเล่นรึเปล่า? นายมีประสบการณ์ทำงานเป็นบอดี้การ์ดมาก่อนรึไง?” มุมปากของเซียวอี้บิดกระตุก

 

“ผมมีประสบการณ์โชกโชนกว่าในการเด็ดหัวศัตรู แต่ทักษะที่ใช้ก็ไม่ต่างกัน เมื่อก่อน ที่ต้องทำ คือทำยังไงก็ได้ทุกวิถีทางเพื่อฆ่าเป้าหมาย แต่ตอนนี้ ที่ผมต้องทำ ก้คือทำทุกวิถีทางให้เป้าหมายของผมรอดชีวิต …มันก็แค่นั้นเอง” เฉินหมินกล่าวพร้อมแย้มรอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

 

 

*********************************************************************************

 

หมายเหตุ [1]  ทัศนคติส่วนตัวของผู้แต่งหรือตัวละคร ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับทัศนคติส่วนตัวของผู้แปลทั้งสิ้น

Facebook Comment