+100%-

บทที่ 11 สโตกเกอร์ Part II

 

Aradeer

 

วันนี้คือวันที่สามที่เฉินหมิงติดตามหยกฝัน ทั้งยังเป็นวันที่อู๋เหนิงหมดความอดทนเช่นกัน เขาออกคำสั่งกับหยกฝัน ยกเลิกรายการสัมภาษณ์ทั้งหลายแหล่ การซ้อมเต้น รวมทั้งแฟนมีตติ้งทั้งหมด สิ่งเดียวที่นักร้องสาวต้องทำ คือฝึกร้องเพลงในรอบสุดท้าย

 

อู๋เหนิงเชิญนักแต่งเพลงระดับประเทศมาเพื่อหยกฝันโดยเฉพาะ แม้หญิงสาวต้องอดหลับอดนอน อย่างไรก็ต้องฝึกซ้อมเพลงนี้ให้เสร็จทันเวลาให้ได้

 

ด้วยความกลัวข้อมูลเพลงรั่วไหล อู๋เหนิงไม่ยอมจ้างคนขับรถ เซียวอี้ไม่มีทางเลือกนอกจากผันตัวไปเป็นโชเฟอร์กิตติมศักดิ์ เฉินหมิงเองยังคงนั่งลงบนที่นั่งเดิมตามความเคยชิน

 

“นี่ ครั้งหน้าเพิ่มน้ำตาลลงไปในนมด้วยนะ จะให้ชั้นดื่มนมจืดๆแบบนั้นได้ยังไง?” หยกฝันนั่งเบาะหลัง พยายามหาเรื่องชายหนุ่ม

 

“รับทราบ” เฉินหมิงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

 

“ไปเถอะ” เซียวอี้สตาร์ตรถ ก่อนขับมุ่งไปยังจุดหมายปลายทาง

 

ระหว่างการเดินทาง ทุกคนบนรถยุ่งวุ่นวาย อู๋เหนิงวุ่นอยู่กับการโทรศัพท์ติดต่อสปอนเซอร์และยืนยันงานอีเว้นท์หลังจากนี้ เซียวอี้ผู้ไม่เคยขับรถตู้เองไม่กล้าเสียสมาธิใดๆ เฉินหมิงเพ่งความสนใจไปยังสถานการณ์ต่างๆนอกหน้าต่างรถ หยกฝันในมือถือสกอร์เพลงและดินสอ มองไปยังเฉินหมิงที่นั่งอยู่เบาะหน้าอย่างเงียบงันพลางฮัมเพลงที่เธอแต่งขึ้นเมื่อสองปีก่อน และเขียนเนื้อเพลงใหม่ลงบนสกอร์เพลงไปด้วย

 

หยกฝันไม่เคยรู้สึกดีที่ได้เขียนเนื้อเพลงขนาดนี้มาก่อน ราวกับอักษรพรั่งพรูออกมาจากสมองของเธอ หลอมรวมและโลดแล่นลงไปบนโน๊ตเพลง

 

ทว่าทันทีที่รถตู้เคลื่อนผ่านถนนไฮเวย์เลียบชายหาด เฉินหมิงพลันโพล่งขึ้นทันที “เซียวอี้ ลดความเร็วลงเหลือ 30 กม.ต่อชม.”

 

“สมองนายออฟไลน์รึไง? ทางด่วนต้องใช้ความเร็ว 60 กม.ต่อชม. ชั้นอาจจะถูกหักแต้มใบขับขี่นะ” เซียวอี้โต้ด้วยความสับสน

 

“ฟังชั้น ลดความเร็วลงเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงของชายหนุ่มหนักแน่น เซียวอี้เลิกถามคำถามพร้อมทั้งยกเท้ากระทืบเบรค ลดความเร็วลงในทันควัน รถยนต์ที่ตามหลังมาเริ่มแซงรถตู้ที่คลานเป็นเต่าอยู่ด้านหน้าไป ขณะที่รถคันอื่นๆแซงขึ้นไป หลายคันพยายามส่งนิ้วกลางใส่เฉินหมิงด้วยความสุภาพ กระทั่งยังพยายามสรรเสริญบรรพบุรุษของเฉินหมิงด้วยความเป็นมิตรอีกด้วย

 

ทว่าเฉินหมิงไม่สนใจท่าทางเหล่านั้น ชายหนุ่มเฝ้าสังเกตรถคันที่ตามหลังมาตลอดด้วยกระจกมองหลัง

 

“เฮ้ ทำไมขับช้านักล่ะ? พวกเรากำลังรีบนะ!” อู๋เหนิงวางสายโทรศัพท์ พร้อมทั้งกล่าวด้วยความกังวล

 

“มีรถตามเรามา..มันตามมาตลอดตั้งแต่ต้น” แม้เฉินหมิงจะบอกให้เซียวอี้ลดความเร็ว แต่รถคันนี้ยังคงเกาะติดไม่ไปไหน

 

หากนั่นเป็นรถแท็กซี่จริงๆ เวลาคือเงินสำหรับโชเฟอร์ แต่รถคันนั้นตามติดไม่ยอมลดละ ยิ่งกว่านั้น ใบอนุญาตแท็กซี่ที่ด้านหน้าและหลังถูกบังไว้ด้วยแผ่นซีดีทั้งคู่ นี่คือวิธีการฆ่าตัวตายที่จะทำให้ถูกตัดคะแนนใบขับขี่ 12 คะแนน

 

“เซียวอี้ รักษาความเร็วไว้ รอสัญญาณเร่งความเร็วจากชั้น” เฉินหมิงกล่าวขณะปีนข้ามไปเบาะหลัง

 

“เฉินหมิง นายคิดทำอะไร?” เซียวอี้เริ่มวิตกแทน

 

“กำจัดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ อย่ากังวล ไม่มีอะไรหรอก” เฉินหมิงจับที่มือเปิดประตูหลังก่อนตะโกนเสียงดัง “เร่งไปเลย!”

 

เซียวอี้กระทืบคันเร่ง รถตู้คันใหญ่พุ่งทะยานไปข้างหน้าราวม้าหลุดจากคอก เข็มบอกความเร็วหมุนจาก 30 ไป 50 ในชั่ววินาที แน่นอน แท็กซี่น่าสงสัยนั้นเร่งความเร็วตามมาจริงๆ

 

เฉินหมิงเปิดประตูหลังรถตู้พร้อมกระโจนออกไปในทันที ชายหนุ่มทิ้งตัวลงยังกระโปรงหน้ารถแท็กซี่คันนั้นอย่างกับซูเปอร์แมน แผ่นเหล็กที่ประกอบเป็นตัวรถยุบลงจากแรงกระทืบเท้าของเฉินหมิง ตัวรถด้านหน้ายวบต่ำลงเช่นกัน กันชนหน้าครูดไปกับพื้นถนนจนเกิดประกายไฟแลบแปลบ ล้อรถด้านหลังแทบหลุดออก

 

รถยนต์คันอื่นๆ แล่นผ่านไปด้วยความคิดว่าพวกเขากำลังถ่ายทำภาพยนตร์ มีเพียงเฉินหมิงที่ยึดขอบกระโปรงรถอยู่เท่านั้น ชายหนุ่มจ้องจับเข้าไปหาคนขับ เพ่งสายตาทะลุผ่านบังลม ผู้ชายคนนั้นสวมหน้ากาก และหน้ากากนั้น กลับเป็นใบหน้าของหยกฝันอย่างงน่าตื่นตะลึง

 

ยังมี ตุ๊กตาประดับที่แขวนอยู่กับกระจกมองหลังก็เป็นฟิกเกอร์หยกฝัน วิทยุที่เปิดคือเพลงบุปผากลบหิมะของนักร้องสาวที่เปิดวนอีกด้วย

 

“หยุดรถเดี๋ยวนีั” เฉินหมิงกวัดแกว่งหมัดที่เบื้องหน้าบังลมแท็กซี่ ก่อนจะกระแทกกำปั้นลงไป ไม่คาดว่าคนขับจะเร่งความอย่างกะทันหันก่อนจะกดเบรคในทันที เหวี่ยงร่างเฉินหมิงออกจากกระโปรงรถ สะเก็ดไฟแลบออกจากแรงเฉื่อยของกระโปรงรถที่ครูดกับพื้นถนน แท็กซี่กลับมาควบคุมรถได้พร้อมเร่งความเร็วจากไป

 

“เฉินหมิง!” เซียวอี้ผู้หยุดรถแล้ววิ่งเข้ามาหา

 

“ทักษะการขับรถของแกไม่เลวเลย แต่ครั้งหน้าแกไม่มีทางโชคดีแบบนี้แน่” เฉินหมิงมองไปยังรถที่แล่นจากไปก่อนกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

******************************************

จบบทนี้ไม่มีอะไร แต่จะขอพูดถึงเรื่องแท็กซี่ในจีนแทน

ถึงจะขึ้นชื่อเรื่องความไม่เป็นระเบียบ แถมยังพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่แท็กซี่ในจีนต้องยอมรับว่าดีมากๆ จริงๆ ไม่โกงมิเตอร์ ไม่พาวนอ้อม ถ้าขึ้นแท็กซี่ที่มีใบรับรองของทางการจีนจริงๆ ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกหลอกถูกต้ม ไม่มาชาร์ทเพิ่มเงินทีหลัง ไม่ลงมากระซวกผู้โดยสารจากเจตนาโกงเงิน แม้เวลาเรียกจะเรียกได้ยากมากในช่วงไพร์มไทม์ (ช่วงเช้า กลางวัน เย็น) แต่เหตุผลการปฏิเสธไม่ใช่เพราะจะไปหลอกนักท่องเที่ยวป้ายหน้าแบบบ้านเรา  นี่ก็คือหนึ่งในเรื่องดีๆ ที่น่าประทับใจ

 

Facebook Comment