+100%-

บทที่ 11 สโตกเกอร์ Part I

 

Aradeer

 

 

เมื่อกลับถึงวิลล่า เฉินหมิงไม่รอให้รถจอดสนิทด้วยซ้ำ ชายหนุ่มกระโดดลงจากรถพร้อมทั้งถลาไปเปิดประตูบ้านด้วยความใจร้อน เดิมทีเขาต้องการตามหาหยกฝัน แต่เมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น เข้าพบอู๋เหนิงนั่งละเลียดไวน์แดงอยู่บนโซฟา

 

“ชั้นจำได้ว่านายบอกว่าตัวเองเป็นบอดี้การ์ดมืออาชีพ ถามอะไรหน่อยสิ การปล่อยนายจ้างวิ่งหนีมาคนเดียว ยังนับเป็นบอดี้การ์ดมืออาชีพอยู่รึเปล่า?” อู๋เหนิงเขย่าแล้วไวน์ในมือ

 

“ขอโทษด้วย มันจะไม่เกิดขึ้นอีก หยกฝันอยู่ที่ไหน?” เฉินหมิงไม่สามารถโต้ตอบอู๋เหนิงได้ ครั้งนี้คนผิดคือชายหนุ่มจริงๆ

 

“ยังคิดจะมีครั้งหน้าอีก? นายรู้มั้ยว่าตัวเองก่อเรื่องอะไรไว้? ในฮ่องกง เหลียงจวินมีคนรู้จักมากมาย บริษัทของเจ้านายหมอนี่เปิดโดยบอสใหญ่ของโลกใต้ดิน มีผู้กำกับคนนึงเคยด่าหมอนั่นนิดหน่อย แต่เจ้าผู้กำกับนั่นต้องกลับบ้านพร้อมขาหักๆ ข้างนึง

 

“ชั้นไม่คาดหวังให้นายสร้างผลประโยชน์อะไรให้หยกฝัน แต่อย่างน้อยอย่าทำตัวเป็นอุปสรรค?” อู๋เหนิงกระดกไวน์รวดเดียวหมดแก้ว

 

“คุณจัดการทั้งหมดแล้ว?” เฉินหมิงเข้าใจดี  คนอย่างอู๋เหนิงไม่ใช่คนทำงานโผงผางต่อหน้าสาธารณะ ผู้จัดการมือทองชื่นชอบจัดการเรื่องราวอย่างเงียบๆ มากกว่า

 

“ปีที่หยกฝันถูกหมอนั่นหลอก ชั้นรวบรวมข้อมูลลับของมันมาไม่น้อย ครั้งนี้ นายขู่หมอนั่นได้จริงๆ แต่จากข้อมูลที่ชั้นมี เรื่องพวกนี้จะไม่มีวันเปิดสู่สาธารณะ” อู๋เหนิงถอนใจเบา

 

“ขอบคุณ ผมติดหนี้คุณครั้งนี้ ถ้ามีโอกาส ผมต้องตอบแทนแน่นอน” เฉินหมิงกล่าวสืบต่อ “หยกฝันล่ะ?”

 

“ชายหาด” ก่อนที่อู๋เหนิงจะทันพูดจบ ร่างของเฉินหมิงปลิวหายออกประตูหลังบ้านไปแล้ว

 

หยกฝันนั่งกอดเข่าตนเองอยู่ที่ชายหาด คลื่นสูงสาดซัดเข้าหาปลายเท้า แต่หญิงสาวไม่ขยับเคลื่อนไหว ลมทะเลยามค่ำหนาวเหน็บ ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆหนา มืดมนจนไม่อาจเห็นดวงดาว

 

“วันนี้คุณคงเหนื่อยมากแล้ว ทำไมยังไม่กลับเข้าไปพักผ่อนอีก?” เฉินหมิงถอดเสื้อแจ๊คเก็ตลงคลุมใส่บ่าของหยกฝัน

 

“ไสหัวไป ชั้นไม่อยากเห็นหน้านาย! ผู้ชายทุกคนมันก็สัตว์เดรัจฉานทั้งนั้น!” หยกฝันเหวี่ยงแจ็คเก็ตตัวนั้นลงทะเลราวกับขยะชิ้นหนึ่ง ปล่อยให้คลื่นทะเลซัดมันออกไปไกล

 

“ผมไม่ใช่” เฉินหมิงนิ่งมองแจ็คเก็ตที่ลอยห่างออกไป

 

“ไม่ใช่ผู้ชาย? หรือไม่มช่สัตว์กันล่ะ?!” หยกฝันระเบิดออกราวเขื่อนแตก แต่เฉินหมิงเองต้องการให้เธอระบายออกมาใส่ตนเองอยู่แล้ว ไม่ว่าความโกรธแค้น เจ็บปวด สิ้นหวัง ความรู้สึกด้านลบทั้งหมด ขอให้เธอทุ่มใส่เขาคนเดียว

 

“พวกผู้ชายอย่างนายรู้จักความรักด้วยเหรอ? สมองพวกนายมีแต่ความใคร่ แค่เพื่อให้ได้นอนกับผู้หญิง พวกนายกุเรื่องหลอกลวง รับปากสัญญาทุกเรื่อง “ชั้นหย่าแล้ว” บ้างล่ะ “ชั้นรักเธอคนเดียว” บ้างล่ะ “นอกจากเธอชั้นไม่เคยรักผู้หญิงคนไหน” “ชั้นยอมตายเพื่อเธอ” อะไรพวกนั้น ตอแห-ทั้งเพ!”

 

หยกฝันกระชากสร้อยข้อมือขวาของเธอออกพร้อมขว้างมายังเฉินหมิง เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัวตรงข้อมือของหญิงสาว

 

“คนที่ถูกทำร้ายมันชั้นชัดๆ ทำไมชั้นถึงกลายเป็นนังเมียน้อย? คนที่โกหกตอแหลก็หมอนั่น แต่ทำไมชั้นถึงกลายเป็นนางมารร้าย? คนที่ชั่วช้ามันพวกผู้ชายอย่างพวกนายนี่ แล้วทำไมกลายเป็นผู้หญิงเราที่ต้องถูกหาว่าเป็นเป็นมือที่สามกันล่ะ?”

 

“ชั้นต้องการใช้ชีวิตของชั้นพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่วงการมายานี่จะยังมีความบริสุทธิ์อะไรเหลืองั้นเหรอ? ที่มีก็แค่ค่านิยมอันบิดเบี้ยว เพื่อความสำเร็จ ไม่ว่าเรื่องน่าละอายแค่ไหนก็สามารถทำได้” หยกฝันหลั่งน้ำตามากมายราวกับเธอกำลังพยายามสร้างมหาสุมทรน้ำตาของเธอ “เพื่อสนองตัณหา พวกนายพูดได้ทุกอย่าง เดรัจฉาน! พวกนายมันเดรัจฉา-…!”

 

ก่อนที่หยกฝันจะสามารถกล่าวจบ บุรุษหนุ่มที่แข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า แข็งทื่อราวท่อนไม้ แต่กลับอบอุ่นรุ่มร้อนดังดวงอาทิตย์ตรงหน้า คว้าจับไหล่อันสั่นสะท้านทั้งสองข้างของเธอ…และจุมพิตลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มนั้น

 

หยกฝันไม่เคยพบผู้ชายที่ป่าเถื่อนแบบนี้มาก่อน ผู้ชายคนนี้ข้ามขั้นตอนของการกล่าวคำหวานหูต่างๆนาๆ และตรงเข้าจุมพิตเธอในทันทีแทนที่

 

แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุด คือเหตุใดเธอกลับไม่ปฏิเสธเขากันล่ะ? เพราะเขาทั้งบ้าบิ่นทั้งแข็งแรง? หรือเป็นเพราะจุมพิตของชายหนุ่มช่างอ่อนหวาน ราวน้ำผึ้งชโลมหัวใจ และปลอบประโลมความเจ็บปวดในใจของเธอในตอนนี้?

 

“เดรัจฉานคิสได้แบบนี้มั้ย?” จนเมื่อชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าหญิงสาวที่เบื้องหน้าตนเองสงบลง เฉินหมิงจึงกลับมายืนที่เดิม

 

“นายจูบชั้นทำไม?” หยกฝันปิดปากตัวเอง น้ำตาของหญิงสาวยังไม่เหือดแห้ง หากใบหน้าของเธอยามนี้แดงก่ำ

 

“เพราะมันจำเป็นสำหรับคุณ อารมณ์เก็บกดของคุณระเบิดออกมาเมื่อครู่ หากจัดการอย่างไม่ถูกต้อง อาจทำให้คุณเข้าสู่สภาวะซึมเศร้าขั้นร้ายแรง”

 

“สัตว์ป่า! นายมันเลวกว่าเดรัจฉาน! ผู้ชายคนอื่นอย่างน้อยยังเจียดเวลาหาเรื่องหลอกลวง แต่นายขนาดเสียเวลาปั้นเรื่องยังไม่ทำ!” ความโกรธที่ถูกหยุดไว้เมื่อครู่ของหยกฝันทะลักพพุ่งขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันตรงเข้าหาเฉินหมิงเพียงคนเดียว แต่ทว่า อารมณ์โมโหโทโสของเธอในตอนนี้ไม่ได้เข้มข้นหนักหน่วงแบบเดียวกับก่อนหน้านี้ ที่หญิงสาวดูคล้ายกำลังอยู่ริมขอบเหวแห่งการพังทลาย

 

“ผมจะไม่โกหกคุณ หากคุณต้องการการป้องกัน ผมจะเป็นถุงลมนิรภัยให้ ถ้าคุณหิว ผมจะเป็นซาลาเปาไส้ถั่ว ถ้าคุณต้องเดินทางไกล ผมจะเป็นสัมภาระเดินทางของคุณ เมื่อคุณเผชิญอันตราย ตอนนั้นแหละที่ผมจะเป็นบอดี้การ์ดให้คุณเอง ผมไม่สนใจว่าคุณจะชอบผมหรือไม่ ไม่ว่าอย่างไร ผมรู้ดีกว่าคุณว่าคุณต้องการอะไร ถ้าคุณต้องการร้องไห้ ให้มาซบอกผมได้เลย แม้แต่เวลาที่คุณอ่อนแอที่สุด คุณก็ไม่ต้องกลัวโลกภายนอกจะทำอันตรายใดๆ ..เพราะผมอยู่ที่นี่ บอดี้การ์ดของคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” เฉิงหมิงใช้น้ำเสียงแบบที่เรียกว่า “ต่อให้ฟ้าถล่ม ผมก็ไม่ทางถอย” มาโดยตลอดทุกครั้ง ดังนั้น คำพูดที่สร้างความหวั่นไหวพวกนี้กลับไม่ต่างจากคำประกาศภาระงานของชายหนุ่ม ทว่าหยกฝันยังคงตกลงสู่อ้อมกอดของเฉินหมิงอย่างไม่อาจช่วยเหลือได้

 

“ทำไมนายทำให้ชั้นเกลียดนายได้ขนาดนี้? ชั้นเกลียดนายจริงๆ  แต่ชั้นกลับหนีไปจากนายไม่ได้เลย…” หยกฝันฝังใบหน้าของเธอลงบนอ้อมอกของเฉินหมิง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสามารถสัมผัสความน่าเชื่อถือได้จากบุรุษเพศ

 

หยกฝันอ่อนเพลียอย่างที่สุด หญิงสาวผลอยหลับลงบนอกของเฉินหมิงทั้งน้ำตา สุดท้าย เป็นเฉินหมิงที่ต้องอุ้มเจ้าหญิงกลับสู่ห้องนอนและวางเธอลงบนเตียงอันนุ่มสบาย

 

วันที่สอง เมื่อหยกฝันตื่นขึ้น หญิงสาวมองไปยังแสงอาทิตย์เจิดจ้าภายนอกหน้าต่าง ก่อนจะพบนมสดหนึ่งแก้ววางอยู่บนชั้นข้างเตียงพร้อมโน๊ตเล็กๆ เขียนว่า “ดื่มซะ บางทีคุณอาจจะสูงขึ้นบ้าง”

 
“บอดี้การ์ดงี่เง่านี่ก็สนุกดีนะ…” เมฆดำในใจของหยกฝันสลายไปตั้งแต่เมื่อคืน หญิงสาวดื่มนมจนหมดแก้วด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมสุข

 

*******************************************

 

จูบกันแล้ววววววววววววๆๆๆ  5555555+

 

เคล็ดลับพิชิตใจสาว [1] ปล่อยให้เธอระเบิดความในใจออกมา ตอนที่เธออ่อนแอที่สุด ก็จู่โจมจุดตายในทันที! อุคิอุคิ

Facebook Comment