+100%-

บทที่ 1 นักโทษประหารสู่นิรวาน

 

 

translated by TaffyGirl13 at https://taffygirl13.wordpress.com/teasers/god-level-bodyguard-in-the-city/god-level-bodyguard-in-the-city-1/

แปลไทย Aradeer

—————————————————————————————————————————

 

เที่ยงคืน นครอีกาทมิฬ เมืองที่มีปัญญาปล่อยกระแสไฟฟ้าบนถนนได้แค่ครึ่งเมือง แต่โรงงานสารเคมีบนภูเขายามนี้กลับเต็มไปด้วยแสงไฟค้นหาสาดส่องวูบวับไม่ขาดสาย ทั่วทั้งบริเวณเจิดจ้าราวเวลากลางวัน

 

ณ ที่นั้น สถานที่ที่ปราศจากคนนอกย่างเหยียบเข้าไปเป็นเวลานาน ยามนี้มีแต่มนุษย์ยุ่บยั่บ รถปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบคัน รวมทั้งยานยนต์ติดอาวุธและรถพยาบาล ล้อมรอบตึกอำนวยการฝั่งตะวันออกของโรงงานไว้

 

บนหลังคา เฉินหมิน ผู้ที่เอนกายทาบทับอยู่กับเสาซีเมนต์ต้นหนา กำลังยืนหอบหายใจ นับตั้งแต่ที่เขาเริ่มฝึกกีฬายิงเป้าเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาไม่เคยต้องหอบหายใจหนักหน่วงขนาดนี้อีกเลย

 

ทุกอย่างเป็นเพราะไอ้ชาติชั่วปาเหลี่ยงจินที่อยู่ข้างหน้าเขาในตอนนี้ มันเป็นที่รู้จักในชื่อของราชันใต้ดินแห่งเมืองอีกาทมิฬ และยังเป็นหัวหน้าแก๊งค์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในละแวกนี้

 

หัวหน้าแก๊งค์ขาใหญ่มีฟันทองเต็มปาก ปกติแล้ว ใครก็ตามที่ต้องเผชิญหน้ากับมันต่างก็ก้มศีรษะต่ำและรีบวิ่งหนีให้เร็วที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น ยิ่งถ้าเป็นหญิงสาว ยิ่งต้องรีบโบยบินหนีไปให้ไกลห่าง มีคำกล่าวว่า ยามกลางวัน เมืองอีกาทมิฬปกครองโดยกำลังตำรวจ แต่ยามกลางคืน ปาเหลี่ยงจิน คือผู้ปกครองอาณาเขต

 

แต่ ณ เวลานี้ ปาเหลี่ยงจินยกสองมือกุมศีรษะ คุกเข่าลงต่อหน้าเฉินหมินบนพื้นปูนซีเมนต์ ทีท่าไร้ความเป็นอันธพาลและปราศจากความชั่วร้ายโดยสิ้นเชิง ซี่ฟันที่ทำจากทองคำทั่วทั้งปากถูกกระชากออกที่ละเล่ม ทีละเล่ม คีมขึ้นสนิมและฟันทองคำของมันแน่นิ่งอยู่บนพื้นปูนข้างหนึ่ง

 

เฉินหมินพันเชือกควบคุมสุนัขไว้ที่ลำคอของปาเหลี่ยงจิน สปอร์ตไรเฟิล (sporting rifle ใครรู้ภาษาไทยช่วยบอกที) ที่พาเด็กหนุ่มชนะเลิศการแข่งขันชิงแชมป์กีฬายิงเป้ารุ่นจูเนียร์ยามนี้จรดลงที่หลังศีรษะของเจ้าพ่อนักเลงโต ที่เฉินหมินต้องทำเหลือเพียงแต่การเหนี่ยวไกปืน ชีวิตของทรราชสารเลวที่เบื้องหน้าของเขาก็จะถึงจุดจบ

 

หากทว่า เฉินหมินในยามนี้เหน็ดเหนื่อยสิ้นเรียวแรงจนไม่มีแม้แต่พละกำลังหลงเหลือในการเหนี่ยวไกปืน ตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมา เด็กหนุ่มใช้ยุทธการลอบโจมตีภายในโรงงานเคมีร้างภายใต้การครอบครองของปาเหลี่ยงจินและสมุนของมันกว่าร้อยคน เด็กหนุ่มลงมือปลิดชีพเหล่าอันธพาลทั้งหมดด้วยการลงมือเพียงลำพัง เจ้าสารเลวพวกนั้นไม่ใช่พวกนักเลงข้างถนนที่ยึดถือมีดดาบทั่วไปเป็นอาวุธเช่นกัน พวกมันทั้งหมดมีทั้งปืนสั้นและไรเฟิลครบมือ เป็นอาชญากรค้ายาเสพติดที่ผ่านการฝึกหลักสูตรยิงปืนมาแล้วทั้งสิ้น

 

สปอร์ตไรเฟิลในมือของเฉินหมินสามารถเจาะรูเป้าหมายใดๆ ให้พรุนเป็นรังผึ้งได้ในระยะ 100 เมตร แต่ว่า หากเด็กหนุ่มต้องการเจาะกระโหลกใครก็ตาม ยังจำเป็นต้องเข้าประชิดในระยะ 40 เมตร นี่หมายความว่า เด็กหนุ่มยิงใส่เหล่ามาเฟียติดอาวุธทั้งหมดร้อยกว่าคนโดยการปะทะซึ่งหน้า เข่นฆ่าล่าล้างเข้ามาตลอดเส้นทาง

 

ขณะที่เฉินหมินกำลังสงบลมหายใจสู่ปกติ เจ้าหน้าที่พยาบาลที่ภายนอกกำลังเริ่มขนย้ายซากร่างออกจากบริเวณ ไม่มีลูกสมุนคนใดมีบาดแผลรับบาดเจ็บ ทั้งหมดไม่ถูกระเบิดกระโหลก ก็ถูกยิงตัดขั้วหัวใจด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว หน่วยสวาทที่มาถึงไม่อาจไม่ตกตะลึงจากภาพที่เห็น

 

ขณะที่เหล่ามือใหม่จ้องมองฉากที่เกิดเหตุด้วยความตื่นตระหนก เหล่ามืออาชีพเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงในทันที มีเพียงพลแม่นปืนของหน่วยสวาทที่เชี่ยวชาญพอเท่านั้น จึงสามารถเข้าใจได้ถึงความน่าพรั่นพรึงของมือสังหารในที่นี้

 

นี่เป็นเพราะทุกศพล้วนถูกลูกกระสุนยิงทะลุเข้าเบ้าตา ร้อยทะลวงผ่าลูกนัยน์ตาเข้าทำลายสมองและส่วนประสาททั้งหมด ไม่เหลือโอกาสรอดชีวิตแม้แต่น้อย อีกทางหนึ่ง ลูกกระสุนที่ยิงทะลุหัวใจของเหยื่อต่างพุ่งเข้าสู่ร่างในตำแหน่งช่องว่างระหว่างระดูกซี่โครงอย่างแม่นยำ ทุกศพล้วนเป็นเช่นเดียวกัน ความสามารถและประสิทธิภาพอันน่าตระหนกในการสงวนกระสุนเช่นนี้ เปลี่ยนให้ไรเฟิลเพื่อการกีฬากระบอกหนึ่งกลายเป็นอาวุธสังหารอันทรงประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม

 

บางที หน่วยสวาททุกคนล้วนสามารถยิงเป้าได้สิบคะแนนเต็ม บรรลุความแม่นยำอันสมบูรณ์แบบในระยะที่กำหนด แต่ในสถานการณ์ตะลุมบอน เรื่องราวไม่คาดหมายสามารถเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที เป้าหมายสามารถเคลื่อนไหวไปได้โดยไร้ข้อจำกัด ส่งผลให้ความสามารถในการเล็งจุดลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ฆาตกรรายนี้สามารถควบคุมวิถีการยิงของตนเองได้อย่างหมดจด ความแปรปรวนของวิถีกระสุนที่เกิดขึ้นมีไม่ถึง 0.1 มิลลิเมตรด้วยซ้ำ นี่หมายความว่า ความแม่นยำของมือปืนรายนี้ล้วนไม่ต่างจากเครื่องจักรสังหาร ไร้ข้อบกพร่องและความผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง

 

หน่วยสวาทแยกกองกำลังออกเป็นสี่ทาง ไต่ระดับขึ้นทางตึกสูงชะลูดในทิศทางตรงข้ามกับมือสังหารเพื่อหาตำแหน่งยิง เพื่อรับประกันความสำเร็จของภารกิจ ทั้งหมดถึงกับพกพาไรเฟิลตัดลำกล้อง JS7.62 mm ที่มีประสิทธิภาพในการพุ่งชนเป้าหมายขนาดผลแอปเปิ้ลในระยะ 800 เมตร และสามารถร้อยทะลวงเป้าขนาดเหรียญเงินได้ในระยะ 500 เมตรขึ้นไปด้วย

 

ตำแหน่งของพวกเขาคือระยะสังหาร 480 เมตร ยามกลางคืนที่สงบปราศจากลมโชยพัด สภาพอากาศปานกลาง นี่เป็นสภาพแวดล้อมที่พลแม่นปืนชื่นชอบ

 

ทว่า พลซุ่มยิงทั้งสี่รวมทั้งพลสังเกตุการณ์ไม่มีโอกาสจับตำแหน่งของเหยื่อ ชั่วเวลานี้ ตำแหน่งของเฉินหมินถูกบดบังไว้ด้วยร่างของปาเหลี่ยงจินจนหมดสิ้น ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นแม้แต่ผมสักเส้นของเด็กหนุ่มได้เลย

 

“อินทรีวันรายงาน จับตำแหน่งกระต่ายเจ้าเล่ห์ไม่ได้”

“อินทรีทูรายงาน จับตำแหน่งกระต่ายเจ้าเล่ห์ไม่ได้”

“อินทรีทรีรายงาน จับตำแหน่งกระต่ายเจ้าเล่ห์ไม่ได้”

“อินทรีโฟร์รายงาน จับตำแหน่งกระต่ายเจ้าเล่ห์ไม่ได้”

 

ข้อความที่เต็มไปด้วยความผิดหวังถูกส่งมาจากพลส่งสัญญาณอย่างต่อเนื่อง ในสถานการณ์เช่นนี้ การต้องยิงเป้าหมายโดยไม่ต้องการทำร้ายตัวประกันดูไม่น่าเป็นไปได้เลย ดังนั้น พวกเขาต้องสร้างโอกาสเพื่อให้สามารถเล็งเป้าได้

 

นายตำรวจผมขาวโพลนอาสาออกมาในทันที เขาก้าวเดินออกจากรูปขบวน 9 x 5 ของหน่วยสวาท

 

“หนุ่มน้อย เธอชื่ออะไร?” นายตำรวจอาวุโสเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทางที่เป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“ผอ.เจ้า! ช่วยผมด้วย!” ปาเหลี่ยงจินที่เกลียดชังตำรวจเข้ากระดูกดำร่ำร้องออกมาเสียงดังด้วยปากที่มีแต่เลือดของมัน ไม่ต่างจากร่ำร้องหาพ่อของมันเลยแม้แต่น้อย

 

“หยุดคร่ำครวญซะที ลุงนี่ถามชั้นต่างหาก” เฉินหมินกระชากโซ่เหล็กในมือ ลำคอของปาเหลี่ยงจินขึ้นรอยในทันที

 

“หนุ่มน้อย ชั้นเข้าใจดีว่าเธอต้องมีความแค้นกับไอ้สารเลวนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนของเราเองรวบรวมข้อมูลที่มันยึดครองพื้นที่บริเวณนี้มาหลายปีแล้ว อาชญากรรมทั้งหมดของมันพอให้มันต้องถูกประหารหลายสิบรอบ เธอไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเล่นงานมันที่นี่ ถ้าเธอส่งมันให้กับเรา กฏหมายจะช่วยผดุงความยุติธรรมเอง” ผู้อำนวยการเจ้าพูดโน้มน้าว พยายามให้เหตุผล

 

“น่าเสียดาย…” เฉินหมินพูด

 

“น่าเสียดายอะไร?”

 

“น่าเสียดายที่มันติดค้างผมไว้สามชีวิต พ่อของผม แม่ และน้องสาว ถ้าผมไม่ลั่นไกส่งกระสุนทะลวงเข้าสมองมัน ผมคงไม่อาจหลับตาได้ชั่วชีวิต…”  เฉินหมินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาต มือที่กุมกระชับด้ามปืนสั่นน้อยๆ การฝึกฝนยิงปืนหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กหนุ่มสามารถยืนถือดัมเบลล์หนักสิบกิโลกรัมขณะยืนเหยียดหลังตรงได้โดยไม่ขยับเขยื้อนเป็นเวลาสามชั่วโมงติดต่อกัน เขาไม่เคยมือสั่นอีกเลยตั้งแต่อายุครบแปดปี

 

“เธอเป็นลูกชายของเฉินจ้งหยางงั้นเหรอ!?” ผู้อำนวยการเจ้าตกตะลึง เฉินจ้งหยางและภรรยาคือบอดี้การ์ดส่วนตัว ทั้งสองมาที่เมืองอีกาทมิฬเพราะเรื่องภารกิจ และพวกเขาพาบุตรสาวอายุหกขวบมาด้วย แต่ทิ้งเธอไว้ที่โรงแรมตลอดเวลา

 

เมื่อสองวันก่อน เฉินจ้งหยางและภรรยาเสียชีวิตจากรถชน ขณะที่บุตรสาวถูกนำตัวไปโรงพยาบาลเพื่อยืนยันศพ เด็กหญิงประสบอุบัติเหตุรถชนเช่นกัน แม้แต่ตอนนี้ เธอยังคงต่อสู้ดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดอยู่

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศสาเหตุของอุบัติเหตุทั้งสองว่าเป็นการวางแผนฆาตกรรม หลักฐานทุกอย่างบ่งชี้มายังเจ้าถิ่นมาเฟียปาเหลี่ยงจินคนนี้ หากแต่การแก้แค้นของเฉินหมินรวดเร็วกว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังจากได้ยินจากน้องสาวว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือบุรุษที่มีฟันทองคำเต็มปาก เด็กหนุ่มซัดอันธพาลข้างถนนคนหนึ่งจนเกือบตายเพื่อเค้นที่อยู่ของปาเหลี่ยงจินออกมา

 

เฉินหมินใช้เวลาตลอดคืนนี้ทลายเส้นทางของตนเองมายังที่นี้ ไม่ทันที่ความชิงชังในจิตใจจะสลายหายไปหมดสิ้น ปากกระบอกปืนของเขาก็จ่ออยู่ที่หลังศีรษะของเจ้าพ่อสารเลวคนนี้

 

“พ่อของชั้นต้องตาย…แม่ของชั้นตาย..น้องสาวของชั้น …เธอหยุดหายใจไปต่อหน้าต่อตา…แต่ไอ้ชาติชั่วนี้กลับยังหายใจอยู่ …นี่มันยุติธรรมตรงไหน?” เฉินหมินหายใจกระชั้น

 

“เจ้าหน้าที่ทุกคนเตรียมพร้อม …เขากำลังจะเหนี่ยวไก” เสียงเตือนดังเข้าสู่รูหูผ่านทางหูฟัง นั่นเป็นหนึ่งในพลซุ่มยิง จากจังหวะลมหายใจของเฉินหมิน พลซุ่มยิงมั่นใจว่าเด็กหนุ่มกำลังจะเหนี่ยวไกปืน

 

“พอได้แล้ว!” ผู้อำนวยการเจ้าตะโกนออกมาอย่างกะทันหัน “เธอรู้มั้ยว่าตัวเองฆ่าคนไปเท่าไหร่? 103 คน! ยังคิดว่าล้างแค้นไม่พออีกรึไง? ถึงพวกมันจะเป็นอันธพาล แต่พวกมันก็มีชีวิต จากเสียงของเธอ เธอยังเด็กอยู่เลย เธอคิดส่งตัวเองลงนรกพร้อมพวกชั่วๆ พวกนี้จริงๆ?”

 

“คนไร้ญาติอย่างผม..ก็อยู่ในนรกอยู่แล้ว” เฉินหมินค่อยๆ รั้งไกปืน ปรารถนาระเบิดกระสุนนัดสุดท้ายผ่านลำกล้อง

 

“เอาเลย! ยิงเลยสิ! ไอ้ปีศาจ! กล้าพอมั้ยล่ะ? ตำรวจพวกนี้ไม่ใช่ไดโนเสาร์กินพืชหรอกนะ รูกระสุนบนตัวแกจะมากยิ่งกว่าของชั้นซะอีก แกกล้ามั้ยล่ะ?” ปาเหลี่ยงจินหวาดหวั่นจนเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

 

“แกไม่เข้าใจ…” เฉินหมินกล่าว มือของเด็กหนุ่มกลับสู่ความแน่วนิ่ง “สลัดความฟุ้งซ่านและเหนี่ยวไกยิง นี่คือ “การบ้านพิเศษ” ของชั้นตั้งแต่อนุบาล เวลาลั่นไกปืน ชั้นไม่เคยคิดว่าชั้นกล้าพอหรือไม่ ชั้นก็แค่ต้องยืนยันกับตนเอง ว่าต้องปรับวิถีกระสุนหรือไม่ ..แค่นั้น

 

เฉินหมินงอนิ้วรั้งไกปืนเข้าหาตัว เข็มชนวนดีดออกส่งลูกกระสุนทะลวงผ่านลำกล้อง ชั่วพริบตาที่ปลายกระบอกปืนปรากฏประกายไฟ พลซุ่มยิงที่เฝ้าระวังเหนี่ยวไกออกมาทันควันเช่นกัน

 

ปืนไรเฟิลจู่โจมสำหรับพลซุ่มยิงโดยทั่วไปมีพลังงานจลน์เหนือกว่าสปอร์ตไรเฟิลในมือของเฉินหมิน 8 เท่า กระสุนที่ลั่นออกมาพุ่งทะลวงผ่านกระโหลกศีรษะของปาเหลี่ยงจินที่หมดลมหายใจไป 0.05 วินาทีก่อนหน้านี้ ก่อนทะลุออกระเบิดใส่ใบหน้าของเฉินหมิน

 

ทว่าลูกกระสุนของพลซุ่มยิงเฉียดกระทบเข้ากับกระสุนจากปากกระบอกปืนของเฉินหมินราวปาฏิหาริย์ หากสโลว์ภาพอย่างช้าๆ วิถีกระสุนไรเฟิลจู่โจมกลับเบี่ยงออกอย่างน่าอัศจรรย์ เดิมที กระสุนสมควรดับลมหายใจของเฉินหมินในคราเดียว แต่มันกลับเบี่ยงออกฝังลงไปบนหัวไหล่ของเด็กหนุ่มแทนที่

 

“เจ้าเด็กนั่น…ดวงดีไม่เลวนี่หว่า” พลสไนเปอร์ลึกลับยกลำกล้องขึ้นเพื่อสลัดปลอกกระสุนร้อนฉ่าออก เขาคว้ามันเอาไว้ในอุ้งมือ โดยไม่รอเสียงก่นด่าจากการยิง เขาหายลับไปในม่านรัตติกาล

 

36 ชั่วโมงต่อมา เฉินหมินตื่นขึ้นบนเตียงคนไข้ เขารอดชีวิตมาด้วยโชคช่วย แต่ไม่อาจรอดไปจากการพิพากษาของกฏหมาย

 

การใช้ความรุนแรงกำจัดความรุนแรงเป็นความผิด แม้แต่การล้างแค้นยังต้องชดใช้ด้วยชีวิต เฉินหมินกระทำการฆาตกรรมหมู่โดยเจตนา ยิ่งกว่านั้น ยังสังหารคนไปทั้งหมด 104 คน เหตุการณ์นี้ได้รับการรายงานข่าวในทุกสื่อทั่วประเทศ

 

เด็กหนุ่มเคยเป็นถึงแชมป์ยิงปืนเยาวชนระดับดาวรุ่ง แต่วันนี้ กลับกระทำความผิดฐานฆาตกรรม ขั้วตรงข้ามเช่นนี้ยิ่งทำให้ข่าวโดดเด่น กระทั่งสื่อต่างประเทศยังต้องนำเสนอ

 

เฉินหมินอายุแค่สิบหกปี เยาวชนหนึ่งคน กลับสามารถลงมือสังหารมนุษย์ถึง 104 คนอย่างโหดเหี้ยม? นี่เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อขนาดไหน

 

ทว่า ชายที่นั่งอยู่ข้างเตียงของเฉินหมินในตอนนี้ กลับรู้สึกว่าทั้งหมดนี่ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่

 

“ตื่นแล้วเหรอ? ไอ้หนู สภาพร่างกายของนายยังไม่ผ่าน แค่แผลเล็กๆ กลับสลบไป 36 ชั่วโมง หากแกอยู่ในสมรภูมิ แกตายไปเกินสิบรอบแล้ว” ชายร่างกำยำสวมใส่ชุดทหารลายพราง แต่กลับไม่ติดยศหรือเหรียญตราใดๆ ทั้งสิ้นกล่าวหยอกเย้า

 

“ผมไม่ใช่ทหาร…แล้วก็ไม่ได้อยู่ในสนามรบ…” เฉินหมินมองขึ้นไปข้างบนเพดานสีเทาพร้อมตอบอย่างเย็นชา ที่เขาอยู่ตอนนี้ไม่ใช่โรงพยาบาล แต่เป็นเรือนจำ กรงเหล็กเยียบเย็นที่บนศีรษะของเขากั้นขวางตัวเขาออกจากอิสรภาพอย่างแน่นหนา

 

“ถูกต้อง ที่นั่นไม่ใช่สมรภูมิรบ แต่เป็นนรก พวกสารเลวที่นายฆ่า พวกมันมีสีหน้าหวาดกลัวราววิญญาณจากอเวจี ศพนับไม่ถ้วนฉี่รดกางเกง บางคนที่ถูกยิงจากข้างหลังไม่มีร่องรอยของการขัดขืน นายยังสามารถยิงลอดผ่านกระดูกซี่โครงทะลุเข้าสู่หัวใจอย่างแม่นยำ” ชายร่างใหญ่ในชุดเครื่องแบบบรรยายออกมาจากใจจริง

 

“ถ้าคุณคิดอยากให้ผมสำนึกผิดละก็ เสียใจด้วย ผมไม่เคยสำนึกผิดต่อเป้าหมายใดๆ ที่ผมลั่นไกออกไปเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต ไม่ว่าเป้าหมายนั้น จะเป็นเป้ากระดาษ….หรือเป้ามนุษย์” เฉินหมินท่าทีหมางเมินจนไม่คล้ายคนมีชีวิต

 

“ไอ้หนู นายรู้มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?” ชายร่างใหญ่เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

 

“ระบุความผิดทางอาญา? เข้าสู่กระบวนการ? ประหารชีวิต?” เฉินหมินไม่แสดงทีท่าหวาดกลัว

 

“นั่นคือกระบวนการปกติ อันที่จริง อนาคตของนายยังมีทางเลือกอีกทาง นายสามารถเข้าร่วม “โครงการนิรวาน” เพื่อกระทำภารกิจเกินมนุษย์ และพยายามเอาชีวิตรอดให้ได้สิบปี ถึงโอกาสรอดจะน้อย แต่ถ้านายรอด นายจะกลับเข้าสู่สังคมได้อีกครั้ง นายจะผ่านการนิรวาน และกลับมาเกิดใหม่

 

ทั้งสองทางหมายถึงนายจะตาย เพียงแต่นายต้องเลือกว่าอยากตายในลานประหารอย่างสิ้นหวัง หรืออยากตายในสนามรบโชกเลือด” ชายร่างยักษ์วางปลอกกระสุนไรเฟิลที่ใช้ยิงเฉินหมินลงข้างหมอน “ชั้นคือเกา  นายจะเรียกชั้นว่าผู้พัน หรือปีศาจก็ได้ ตลอดชีวิตการเป็นสไนเปอร์ของชั้น นายคือคนแรกที่รอดจากการยิงในระยะ 500 เมตรของชั้นมาได้ ”

 

“โครงการนิรวาน ..นายมีคุณสมบัติเข้าร่วมมัน”

 

“นิรวาน หืมม์?” เฉินหมินพึมพำแผ่วเบาต่อตนเอง

 

 

 

Facebook Comment