+100%-

บทที่ 12 ราชันนักแม่นปืน

 

———————————————————————————————————————

 

Aradeer

 

 

เมื่อไปถึงสตูดิโอนักแต่งเพลงที่กลางเมืองหลินไห่ กลิ่นอายของศิลปินอบอวลทุกตารางนิ้ว สำหรับเพลงพิเศษที่หยกฝันจะต้องร้อง แม้แต่เซียวอี้และเฉินหมิงยังไม่ทราบ อู๋เหนิงทำราวกับนั่นเป็นความลับระดับชาติ เฉินหมิงนั่งรออยู่ที่ปฏิมากรรมรูปสลักสีทองขนาดยักษ์ที่กลางสวน

 

เซียวอี้ที่กลับมาหลังจากออกไปทำธุระประมาณครึ่งชั่วโมงทิ้งตัวลงนั่งข้างกายชายหนุ่ม “ชั้นติดต่อเพื่อนร่วมรุ่นที่อยู่แผนกจราจร พวกนั้นกำลังช่วยชั้นสืบข้อมูลอย่างลับๆอยู่ แต่เลขที่ใบอนุญาตไม่สมบูรณ์ ดังนั้นมีรถต้องสงสัยอยู่ 5 คัน แต่พวกนั้นไม่ได้ขุดต่อ พวกเค้าไม่ใช่ทีมสืบสวน อีกฝ่ายยังไม่ได้กระทำความผิด ดังนั้นจึงปิดบังข้อมูลที่อยู่ไว้ ไม่งั้นอาจถูกลงโทษฐานละเมิดกฏหมาย แน่นอนว่า ถ้าหากชั้นไปเยี่ยมเยียนพวกเค้าด้วยตัวเอง และ ‘บังเอิญ’ เหลือบไปเห็นพอดี นั่นก็ไม่ถือว่าผิดกฏ”

 

“เพื่อนร่วมรุ่นสมควรติดต่อกันเพื่อระลึกความหลังบ้าง ไปเถอะ” เฉินหมิงบอก

 

“ชั้นล้อเล่น ถ้าชั้นไป ใครจะคอยจับตาดูนาย? ชั้นบอกนายไว้เลยนะ หน้าที่สำคัญที่สุดของชั้นคือเฝ้าดูนาย ไม่ใช่คอยตามล่าพวกแฟนบอยจิตผิดปกติ” เซียวอี้กล่าวดูแคลน

 

“เอามือถือเธอมาหน่อยสิ” ขณะพูดขออนุญาต มือของเฉินหมิงฉวยเอามือถือของเซียวอี้ไปแล้ว ชายหนุ่มเข้าถึงหน้าเว็บไซต์เข้ารหัสอย่างชำนิชำนาญพร้อมทั้งดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า ‘ล่าวิญญาณ

 

“นายทำอะไร? รู้มั้ย ความจำเครื่องชั้นยิ่งไม่ค่อยพออยู่ด้วย!”

 

“นี่คือแอพติดตามตัวที่โครงการนิรวานทุ่มเทพัฒนา อันที่จริง ผู้เข้าร่วมโครงการนิรวานทุกคนต้องกลืนอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคติดตามตัวที่เรียกว่า ‘พยาธิ’ ลงไปทุกคน  สิ่งนั้นจะเกาะเกี่ยวกับกระเพาะของพวกเรา ต่อให้ผมตาย มันก็ไม่มีทางหลุดออกไป”

 

“สัญญาณที่ส่งออกมาแข็งแรงอย่างยิ่ง หากใช้ GPS เธอสามารถระบุตำแหน่งอันแม่นยำได้ถึงระยะหนึ่งเมตร มีแค่ผมกับผู้พันที่รู้รหัสผ่าน ในสายตาของพลรบแห่งนิรวานแล้ว สิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าชีวิต” กระนั้น เฉินหมิงใส่รหัสผ่านลงไปในโทรศัพท์ของเซียวอี้และคืนมันให้กับเธอ

 

แผนที่สามมิติปรากฏขึ้นบนหน้าจอ จุดสีเขียวกระพริบแทนตำแหน่งปัจจุบันของเฉินหมิง ยังมีชาร์ตแสดงค่าวัดหลากหลายบนหน้าจอ มีทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ ดัชนีความเครียด รวมทั้งข้อมูลกายภาพ

 

“นายบอกเรื่องสำคัญขนาดนี้กับชั้นทำไม?” เซียวอี้ตกตะลึง แม้หญิงสาวไม่เคยลงสนามสู้รบจริง แต่ตำรวจสาวรู้ดีว่ารหัสผ่านนี้สำคัญมากเพียงใด ทันทีที่ข้อมูลนี้รั่วไหลสู่ฝ่ายตรงข้าม นั่นคือโอกาส 100% เต็มที่คุณจะกลายเป็นเหยื่อที่ถูกล่า

 

“เพราะผมไว้ใจเธอ ตอนนี้ ผมเองก็ต้องการให้เธอไว้ใจผมเช่นกัน ผมจะไม่หนี ไม่หลบซ่อนไปไหน ผมรอคอยอย่างยาวนานถึงชีวิตสงบสุขในเมืองมากกว่าใครๆทั้งหมด เพราะงั้น ช่วยผมตามหาข้อมูลของไอ้หมอนั่น ได้มั้ย?” เฉินหมิงกล่าวด้วยท่าทางจริงใจ

 

“แค่ครั้งนี้เท่านั้น…จะไม่มีครั้งต่อไปเด็ดขาด ชั้นรู้สึกว่าชั้นตกหลุมพรางนายทุกครั้งไปสิน่า” เซียวอี้ยืนขึ้นพร้อมถอนใจ เธอคงต้องไปเยือนเพื่อนเก่าซะแล้ว

 

————————————————————————–

 

หลังเซียวอี้จากไปไม่นาน หยกฝันที่ดูเหน็ดเหนื่อยก้าวออกมาจากห้องทำงานพร้อมทรุดนั่งลงตรงข้างเฉินหมิง

 

“เบรคครึ่งเวลางั้นรึ? คุณอยากทานอะไรรองท้องมั้ย?” เฉินหมิงมองไปยังใบหน้าซีดเซียวของหยกฝัน

 

“ยังไม่ถึงเวลาพัก ชั้นเสร็จแล้ว”

 

“เร็วขนาดนั้น?” เฉินหมิงตกตะลึง ชายหนุ่มสงสัยว่าอู๋เหนิงคงไม่มีเจตนาทิ้งขว้างเวลาวันนึงไปเปล่าๆ แน่

 

“ชั้นอยากร้องเพลงที่ชั้นแต่งเอง แต่ลุงไม่ยอม สุดท้าย ชั้นก็แพ้ เพลงที่ร้องจะเป็นเพลงที่ลุงเลือก แต่จะต้องเปลี่ยนเมโลดี้บางตัว แค่ร้องทวนซักสองรอบก็เรียบร้อย… ชั้นเป็นนักร้องอาชีพนะ นั่นมันง่ายมาก” ขณะที่หยกฝันถอนใจอย่างจนปัญญา หญิงสาวพลันยิ้มแย้มออกมาอีกครั้ง “แต่ที่โชคดี คือเมื่องานเสร็จเร็ว อู๋เหนิงสัญญาจะคืนวันหยุดครึ่งวันคราวที่แล้วให้ชั้น ชั้นอยากออกไปเที่ยวเล่น นายมาเป็นเพื่อนชั้นสิ”

 

“คุณจะไปย่านสาวนักช็อปอีกรอบ? ถ้าผมจำไม่ผิด ทักษะการแสดงคุณห่วยมาก ถ้าโดนคนจับได้อีกครั้ง ได้กลายเป็นมหกรรมการล่าดาราอีกครั้งแน่ๆ” เฉินหมิงกล่าวด้วยความกังวลขณะดึงเส้นผมตนเอง

 

“อย่ากลัวไปเลย นายคิดว่าคุณผู้หญิงคนนี้โง่ขนาดนั้นรึไง? ชั้นจะผิดพลาดซ้ำสองในที่เดียวกันได้อย่างไร ชั้นคิดไว้แล้วว่าจะไปที่ไหน!” หยกฝันฉีกยิ้มอย่างลึกลับ หญิงสาวคว้ามือของเฉินหมิงวิ่งออกไป

 

และทั้งหมดนี้ มีอู๋เหนิงที่นั่งอยู่เป็นเพื่อนนักแต่งเพลงเฝ้าดูอยู่ตลอด

 

“พูดตามตรง การร้องของเธอยอดเยี่ยมมาก แต่อาศัยแค่เพลงที่เอามาปรับโน๊ต เธอไม่มีทางชนะกรีนทีแน่นอน คุณควรจะให้เธอร้องเพลงใหม่นะ” นักแต่งเพลงพูดอย่างจริงใจ

 

“ผมรู้ แต่สำหรับคนดังแล้ว จะชนะหรือแพ้ ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ที่สำคัญที่สุด คือทำอย่างไรถึงจะกอบโกยผลประโยชน์สูงสุดต่างหาก” อู๋เหนิงวางแผนเอาไว้แล้ว

 

————————————————————-

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินหมิงพาหยกฝันมาถึงสถานที่ที่เธอบอกว่า ตัวตนของเธอสามารถหลบซ่อนได้ดีที่สุด สถานที่ที่ชื่อว่า “Adorable Happy Valley”

 

นี่คือสวนสนุกแห่งเดียวและสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลินไห่ แม้ไม่ใช่วันหยุด หากยังคงมีคนไม่น้อยในวันนี้ ก่อนก้าวลงจากรถ หยกฝันหยิบหน้ากากแบบเวนิสที่เต็มไปด้วยเม็ดคริสตัลมาใส่ การใส่หน้ากากในสวนสนุกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

 

วันนี้ หยกฝันสวมชุดเดรสสีฟ้าคราม กระโปรงพลีทพลิ้วสะบัดอยู่ระดับหนึ่งในสามของช่วงต้นขา ช่วงล่างสวมรองเท้าบู๊ตหนังปลายมนและถุงน่องลายขวาง เส้นผมยาวประบ่าของเธอถูกมัดรวบเป็นปมตรงท้ายทอย

 

“คือว่า จริงๆ คุณก็อายุป่านนี้แล้วน่ะนะ ยังอยากจะเล่นเครื่องเล่นพวกนี้จริงๆ?” เฉินหมิงขมวดคิ้วมุ่น

 

“นายน่ะสิแก่! ชั้นยังเป็นคุณหนูอยู่เลยนะ! คุณหนู!” หยกฝันแกว่งกำปั้นค้อนในมือก่อนกระแทกเข้าใส่ท้ายทอยของเฉินหมิง “ชั้นอยากเล่นแบบนี้แล้วจะทำไม? ถ้าไม่ชอบใจก็กัดชั้นเลยสิ!”

 

“ก่อนอื่น ขอผมพูดก่อน ที่นี่มีคนไม่น้อย เพราะฉะนั้น ห้ามอยู่ห่างจากผมเกินห้าเมตร” หลังเหตุการณ์เมื่อเช้า เฉินหมิงเพิ่มระดับการป้องกันภัยแก่หยกฝันขึ้นอีก

 

“แน่นอน ชั้นจะพานายเข้าไปในห้องน้ำหญิงด้วยกันเป็นไง นายบอดี้การ์ดขี้เก็ก” หยกฝันหัวเราะพลางฉุดดึงข้อมือของเฉินหมิงเข้าสู่สวนสนุกไม่ต่างจากคู่รักทั่วๆไป

 

หยกฝันไม่เคยมาเที่ยวสวนสนุกใหญ่โตขนาดนี้ หญิงสาวหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านตั้งแต่เธอเริ่มมีชื่อเสียง กระทั่งเมื่อมีเฉินหมิงอยู่ข้างกาย ดาราสาวจึงรู้สึกวางใจและมีความสุขกับตรงหน้า เพราะเธอรู้ดีว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เฉินหมิงต้องปกป้องเธอและพาเธอจากไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

 

สำหรับหยกฝัน วันนี้คือวันหยุด แต่กับเฉินหมิง นี่คืองาน สวนสนุกคือสถานที่เหมาะเจาะสำหรับลอบจู่โจมใส่เป้าหมาย ผู้คนเยอะแยะมากมาย ถนนหนทางวกวน ทั้งยังสามารถปลอมตัวโดยไม่มีใครสังเกตหรือสงสัย เฉินหมิงเองเคยลอบสังหารเป้าหมายในสถานที่แบบนี้มาแล้ว

 

แต่ตอนนี้ ที่ชายหนุ่มสามารถทำได้ คือให้ความสนใจแก่ทุกคนที่เฉียดเข้าใกล้รัศมี ทว่าหยกฝันไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่น้อย หากหญิงสาวมองเห็นอะไรก็ตาม เธอจะพุ่งเข้าหาด้วยความตื่นเต้นทันที ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์[1] ท็อปเปอร์ทาวเวอร์[2] หรือดร็อปโซน [3] ไม่ว่าที่ใดที่มีคนเยอะๆ หญิงสาวจะพุ่งเข้าไปผสมโรงทันที

 

แทบไม่น่าเชื่อว่าหญิงสาวที่ความกล้าเหนือกว่าส่วนสูงผู้นี้จะสามารถนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์ผ่านด่านแผ่นดินไหว 4 ด่านรวดโดยไม่หยุดพักได้

 

“กรี๊ดดดดดด!!!” ระหว่างที่เครื่องเล่นทิ้งตัวลงเบื้องล่างในแนวดิ่ง หยกฝันกรีดร้องเสียงหลง สองตาปิดสนิทภายใต้หน้ากาก ขณะที่เฉินหมิงที่นั่งเคียงข้าง กระทั่งหนังตายังไม่สะท้านแม้แต่น้อย

 

“นี่ นายจริงๆ แล้วเป็นคนตายใช่รึเปล่า? สนุกขนาดนี้ นายกระทั่งร้องตะโกนยังไม่มีซักแอะ ช่างไม่เคารพพนักงานเอาเลยนะ!” หยกฝันกล่าวหลังลงจากเครื่องพลางยกมือชกแขนชายหนุ่ม

 

“ถ้าคุณเคยเบื่อโคตรๆ กับการถูกทิ้งดิ่งลงทะเลในระยะ 50 เมตรโดยปราศจากร่มชูชีพแบบผมแล้วล่ะก็ เชื่อเถอะ ต่อมอะดรีนาลีนคุณจะไม่มีทางหวั่นไหวกับของพวกนี้ไปตลอดชีวิต” เฉินหมิงกล่าวอย่างจนปัญญา

 

“นายบอดี้การ์ดจอมเพี้ยนเอ๊ย..อ๊า! นั่นตุ๊กตา!!” หยกฝันพบ “สมรภูมิ” ใหม่ของเธออีกครั้ง

 

ด้านหน้าบูทเกมส์ชื่อ “ล่าเป็ดป่า” เจ้าของบูทที่ศีรษะล้านเลี่ยนราวพนง.สวมหมวกซ่อมบำรุงกำลังวุ่นวายในการพยายามขายเกมส์ยิงปืนของเขา ผู้เล่นต้องพยายามใช้บีบีกันในมือยิงใส่เป็ดป่าที่กำลังเคลื่อนไหวบนเวทีที่ห่างไปห้าเมตร ถ้าสามารถยิงได้เกินครึ่ง ผู้เล่นจะได้รับตุ๊กตารางวัลหนึ่งตัว

 

“เถ้าแก่ เกมละเท่าไหร่?” หยกฝันกระตือรือร้นในการพยายามเล่นเกมส์นี้มาก

 

หลังจากควักกระเป๋าไป 20 หยวนเพื่อเติมกระสุนหมึกลงเต็มแม็กกาซีน หยกฝันเล็งปืนเหนี่ยวไกออกด้วยมือข้างหนึ่ง แรงสะท้อนถอยหลังสั่นสะเทือนข้อแขนของเธอจนสะบัด เสียงปืนดังลั่นทำให้หยกฝันต้องหลับตาปี๋ ปืนเด็กเล่นพวกนี้ไม่มีทางให้ใครได้รางวัลไปง่ายๆ ตัวปืนติดอุปกรณ์เพิ่มแรงสะท้อนถอยหลังไว้สองชั้น!

 

 

“แขนของคุณเล็กเกินไป อย่าใช้แค่มือเดียว” เฉินหมิงถอนใจขณะโอบรอบหยกฝันจากทางด้านหลัง จากนั้นดึงมือของเธออีกข้างกระชับเข้ากับด้ามปืน เสียงกระซิบข้างใบหูทำให้หยกฝันหน้าขึ้นสีอย่างไม่อาจควบคุม “คุณผู้หญิงของผม เวลาเหนี่ยวไก อย่าหลับตา เพ่งไปที่การเคลื่อนไหวของเป้าหมาย กลั้นหายใจเวลาเหนี่ยวไกปืน มั่นใจว่ายืนตั้งหลักมั่นแล้วค่อยลองอีกครั้ง”

 

เมื่อมีคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ตอนที่เฉินหมิงปล่อยมือ หยกฝันเหนี่ยวไก แน่นอนว่าต้องถูกเป้าหมาย

 

“โดนแล้ว!” หยกฝันกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข แต่สำหรับอีกสิบสี่ลูกที่เหลือ หญิงสาวยิ่งถูกเป้าเพียงสองครั้ง หญิงสาวได้รับรางวัลปลอบใจ…เป็นทิชชู่

 

“หน้าเลือด! ตาโล้นนั่นขโมยเงินชั้นไปชัดๆ!” หยกฝันโมโหจนเขวี้ยงห่อทิชชู่ลงพื้น แม้แต่หญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องปืนเลยอย่างเธอยังรู้ว่าถูกหลอก ระบบแรงสะท้อนของปืนนั้นถูกดัดแปลง แรงส่งไม่พอในการขับลูกปืน ดังนั้นกระสุนจึงตกลงหลังจากยิงออกไปได้ไม่กี่เมตร ภายใต้เงื่อนไขนี้ 99% ของผู้เล่นย่อมจ่ายเงิน 20 หยวนออกไปเพื่อแลกได้ทิชชู่ห่อนึงเท่านั้น

 

“อย่าเพิ่งโมโหไป นี่ก็แค่เกมส์ คุณอยากเล่นมหกรรมตามล่าดาราอีกรอบรึไง?” เฉินหมิงตบบ่าหญิงสาวก่อนดึงเธอมาด้านหลังตนเอง เขาหันหน้าไปหาชายหัวล้าน “เถ้าแก่ ขออีกรอบ”

 

เฉินหมิงถือปืนบรรจุกระสุนด้วยมือข้างหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายยามเล็งเป้า ใบหน้าจริงจังยามจ้องมองจากด้านข้างของชายหนุ่มดูดีราวดาราหนัง ปัง! ปัง! ปัง! เสียงลั่นไกดังต่อเนื่องโดยไม่เว้นจังหวะ เป็ดปัญญานิ่มทั้งสิบหกตัวร่วงหล่นจนหมดสิ้น ทั้งหมดใช้เวลาแค่เก้าวินาที

 

“นายล้อเล่นรึเปล่าเนี่ย?” ชายหัวล้านแทบฉี่ราด ร้านนี้เปิดมานานสามปี แต่เขาไม่เคยเจอสัตว์ประหลาดแบบนี้มาก่อนเลย แม้แต่จนท.ทหารที่สามารถยิงถูก 12 ตัวยังนับว่าไม่เลวแล้ว หมอนั่นบอกเองด้วยซ้ำว่ามันเป็นพลซุ่มยิง….แล้วเฉินหมิงคนนี้เป็นอะไร? ราชันนักแม่นปืนงั้นเรอะ?

 

 

“นี่ๆ หยุดยืนอึ้งได้แล้ว! ชั้นจะเอาตัวใหญ่ที่สุดนั่น!” หยกฝันก้าวออกไปเตะขาชายหัวล้าน เมื่อเป็นเช่นนี้ ตุ๊กตากระต่ายน่ารักที่ตัวโตยิ่งว่าหยกฝันจึงถูกแบกไว้บนหลังเฉินหมิง

 

ทั้งสองหาม้านั่งริมทะเลเพื่อรับลม บุรุษหนุ่มและหญิงสาวพร้อมตุ๊กตากระต่ายตัวโต ช่างน่าประทับใจจริงๆ

 

“ทักษะยิงปืนของนายเจ๋งจริงๆ นายยิงจนหมดด้วยปืนดัดแปลงนั่นได้ยังไง? เมื่อก่อนนายเป็นทหารสินะ? รบพิเศษรึเปล่า?” หยกฝันเปิดหน้ากากออกเล็กน้อยยามละเลียดไอศครีมโคนในมือ หญิงสาวตื่นเต้นจนไม่อาจหยุดพูดได้เลย

 

“ไม่เชิงว่าเป็นทหาร แต่ผมอยู่ท่ามกลางสนามรบมากว่าสิบปี แล้วก็โชคดีรอดมานานพอจนถึงวันนี้” เฉินหมิงถือไอศครีมโคนก่อนแลบลิ้นเลียเข้าเต็มปาก

 

“นายเคยฆ่าคนมั้ย?” หยกฝันเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง

 

“เคย แต่จากที่ผมรู้ พวกนั้นไม่มีคนดีๆซักคน” เฉินหมิงกล่าวประโยคขยายที่ทำให้หยกฝันยิ้มออก

 

“งั้นก็ไม่เป็นไร ชั้นรู้ว่านายเป็นคนดี นายไม่ทำเรื่องร้ายๆแน่นอน” หยกฝันเปลี่ยนหัวข้อสนทนาสู่เรื่องซีเรียสอีกครั้ง “นายกับเซียวอี้ เป็นคนรักกันรึเปล่า?”

 

“เปล่า ระยะเวลาที่พวกเรารู้จักกัน หากเทียบกับเวลาที่ผมรู้จักคุณ นั่นห่างกันแค่วันเดียว เธอไม่เลวเลยจริงๆ เป็นผู้ช่วยที่ดีเลยล่ะ ตอนนี้ ความสัมพันธ์ของเราเรียกได้ว่าเป็นคู่หูและเพื่อน” เฉินหมิงไม่ได้ปิดบังใดๆ

 

“อ่อ อืมมน์ งั้นก็ดี” หยกฝันปลอบใจตนเอง เมื่อหญิงสาวมองเห็นไอศครีมสีดำติดอยู่ที่โคนในมือของเฉินหมิง เธอถามออกมาว่า “ของนายรสอะไร?”

 

“กาแฟมั้ง? ขมๆ นิดหน่อย”

 

“ชั้นขอชิมหน่อยสิ” โดยไม่รอปฏิกิริยาจากเฉินหมิง หยกฝันประชิดเข้าเบื้องหน้า หญิงสาวโน้มตัวลง แลบลิ้นน้อยๆ ของเธอออกเพื่อลิ้มรสไอศครีม ส่งผลให้เฉินหมิงหน้าแดงขึ้นมา

 


 

[1] Rollercoaster  https://en.wikipedia.org/wiki/Millennium_Force

[2] Topper Tower  ดูภาพตัวอย่าง

[3] Drop Zone  ตัวอย่าง

Facebook Comment