+100%-

บทที่ 48.2 ความอยุติธรรม

“นั่นอาจไม่จำเป็น”

 

หยางเทียนคัวแค่นเสียงก่อนที่จะออกจากสนามประลองไป

 

แต่เฟิงหยุนไม่ได้จากไปไหน เขากระโดดขึ้นไปบนที่ยืนที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะหันไปหาคนดูและพูดว่า

“วันนี้ข้าได้ยินข่าวว่า มีขยะตัวหนึ่งต้องการที่จะท้าศิษย์หลัก ทำไมข้าไม่เห็นเงาหัวของมันเลย หรือว่ามันกลัวเข้าให้แล้วหนีไปเรียบร้อย?”

 

เฟิงหยุนพูดประโยคเหล่านี้ออกมา สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนที่มาชมอย่างยิ่ง

 

นี่คือหนึ่งในประโยชน์ของผู้ที่แข็งแกร่งและมีพลังอำนาจ ด้วยความแข็งแกร่งที่เพียงพอ ไม่ว่าใครก็ต่างเคารพนับถือกันเพราะเนื่องจากโลกใบนี้ ตัดสินทุกอย่างที่ความแข็งแกร่ง คนอ่อนแอทุกคนก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงที่รอวันโดนฆ่าเท่านั้น

 

การตอบโต้การท้าทายของเฟิงหยุน หลงยี่ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่มองไปยังเฟิงหยุนและยิ้มให้เล็กน้อยเท่านั้น

 

ชายหนุ่มชุดดำก้าวขึ้นมาบนสนามประลองหลังจากที่เฟิงหยุนออก สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง

 

“ไหน ใครคือคนที่ท้าทายข้า”

 

หลังจากมองไปรอบๆ ชายหนุ่มชุดดำตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก

“มันชื่อหลงยี่ เร็วเข้าเรียกมันออกมา อย่าทำให้ข้าต้องเสียเวลา”

 

ชายหนุ่มชุดดำเป็นหนึ่งในศิษย์หลักของพรรคเจิ้นเทียน นามว่า เฮเหรินยี่ คนที่หลงยี่ได้ท้าประลองไป

 

“น้องชาย เจ้าต้องระวังตัวไว้ให้มากนะ!”

 

หลงยี่กำลังที่จะขึ้นไปบนสนามประลอง หลิงหานตบไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ เตือนหลงยี่ด้วยความหวังดี

“ถึงแม้ชื่อของเขาคือเฮเหรินยี่ แต่จริงๆแล้วมันเป็นคนที่ร้ายกาจเอามากๆ มันฝึกฝนทักษะที่ชั่วร้ายต่างๆมากมาย และเพื่อขึ้นมาเป็นศิษย์หลัก มันถึงกับใช้การโจมตีเข้าข้างหลังอีกฝ่ายและได้ขึ้นมาเป็นศิษย์หลักอย่างทุกวันนี้ ตอนนี้ข้ากังวลว่ามันจะฝึกมักษะที่สุดยอดควบคู่ไปกับนิสัยที่ชั่วร้ายของมัน เจ้าต้องระวังให้ดี”

 

“อ่อ งั้นหรือ”

 

หลงยี่พยักหน้า

 

เฮเหรินยี่นั้นอยู่ระดับวู่เต้าขั้นที่ 8 เหมือนกับหลงยี่ แต่ยังมีความแตกต่างกันมากในเชิงความแข็งแกร่ง

 

หากเฟิงหยุนต้องการใช้พลังเพียงแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ในการต่อกรกับหยางเทียนคัว แต่หลงยี่่ไม่จำเป็นต้องใช้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำในการต่อกรกับเฮเหรินยี่

 

หลงยี่เดินตรงไปยังส่วนกลางของสนามประลอง

 

ระหว่างที่กำลังเดินไปทุกสายตาล้วนจ้องมองมาที่เขา และยังคงมีคนตั้งข้อขัดแย้งหรือแม้แต่ล้อเขาขณะที่เขาเดินไปยังสนามประลอง แต่หลงยี่ทำเหมือนไม่ได้รับรู้อะไรหรือรู้สึกอะไรจากมันแม้แต่น้อย

 

“หลงยี่ ในที่สุดแกก็ออกมา!”

 

เฮเหรินยี่มองไปที่รองเท้าวายุหิมะของหลงยี่ด้วยตาที่เปร่งประกาย

“ในสนามประลองอะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้แต่ความตายก็ยังไม่เว้น ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น แกจะมาโทษข้าไม่ได้เด็จขาด”

 

“ข้าเองก็อยากจะพูดเช่นนั้นกับแกเหมือนกัน”

 

หลงยี่พูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์

 

หลงยี่ค่อยๆสังเกตท่าทางของเฮเหรินยี่ และรู้ว่ามันต้องการที่จะแย่งชิงรองเท้าวายุหิมะของตนไป

 

หากหลงยี่ตายในสนามประลอง ตามกฏของพรรคทุกสิ่งทุกอย่างของหลงยี่ก็ย่อมตกเป็นของเฮเหรินยี่

 

หลงยี่มองเห็นถึงจิตสังหารที่อยู่ในตาของเฮเหรินยี่ แต่อย่างไรก็ตามไม่มีใครเห็นว่าในสายตาของหลงยี่ก็มีจิตสังหารที่หากสายตาใช้ฆ่าคนได้เฮเหรินยี่คงตายไปแล้วสิบรอบ

 

หลงยี่เข้าพื้นที่ประลองและชี้นิ้วไปที่เฮเหรินยี่อย่างใจเย็นและพูดว่า

“เอ้ย แกน่ะ เข้ามา.”

 

“ในฐานะศิษย์พี่ข้าจะให้โอกาศเจ้าสามกระบวนท่า”

 

เฮเหรินยี่ยิ้มอย่างมีเลศนัยแต่ไม่ได้พุ่งความสนใจไปที่หลงยี่แต่อย่างใด

 

“จริงหรอ งั้นข้าขอล่วงเกิน”

 

หลงยี่พูดอย่างไร้อารมณ์

 

เขาจำได้ เมื่อก่อนฟางคางเองก็พูดเช่นนี้กับเขาแต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในสามกระบวนท่าของเขา

 

และตอนนี้เฮเหรินยี่ ซึ่งรู้เหตุการณ์ทุกอย่างดีแต่ก็ยังอยากจะให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น เขาเพียงต้องการที่จะเล่นสกปรก

 

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ด้วยสีหน้าและอารมณ์ของหลงยี่ ดูเหมือนว่าจะมีโอกาศที่จะทำให้อีกฝ่ายหลงเชื่อได้โดยง่าย

 

แต่หลงยี่เองก็เตรียมตัวไว้พร้อมเช่นกัน ในเวลาเดียวกันเขาเตรียมพร้อมที่จะป้องกันเมื่อรุกเข้าไปหาอยู่แล้ว

 

“ทักษะก้าวพริบตา!”

 

ร่างของหลงยี่หายแวปไปราวกับแสงไปโผล่ข้างหน้าเฮเหรินยี่และทันทีทันใด หลงยี่ก็ต่อยโดยสวมถุงมือศาสตราวุธไปที่เฮเหรินยี่

 

ด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นของร่างมารทรราชย์ ความแข็งแกร่งของหมัดของเขาในตอนนี้เท่ากับ 160000 จิน ที่กำลังพุ่งตรงไปที่หน้าของเฮเหรินยี่

 

“เจ้าแข็งแกร่งดี!”

 

เฮเหรินยี่หัวเราะออกมาเสียงดังไปทั่วสนามประลอง

“แต่อย่างไรก็ตาม เตรียมพร้อมรับความตาย!”

 

ขณะที่เสียงเงียบลงหลงยี่รู้สึกได้ว่าตนกำลังต่อยภาพลวงตา

 

ดูเหมือนว่าเฮเหรินยี่เองก็ฝึกฝนก้าวพริบตาจนไปถึงระดับสูงและสามารถสร้างเงาติดตาได้เหมือนกับหลงยี่!

 

หลังจากนั้นเขาปรากฏตัวขึ้นข้างหลังหลงยี่ และเรียกล่มพายุจำนวนหนึ่ง ซึ่งนี่เป็นทักษะวรยุทธ์ขั้นสูง นามว่า ลมซวนทำลายล้าง

 

เมื่อตะกี้นี้ เฮเหรินยี่พูดว่าจะยอมให้สามกระบวนท่า แต่จริงๆแล้วพูดไว้เพื่อหลอกหลงยี่ดั่งที่หลงยี่เคยคิดเอาไว้ เพียงแค่หลงยี่โจมตีเข้าไปครั้งแรกเฮเหรินยี่ก็รอบจู่โจมกลับทันที

 

ฉากนี้ทำให้คนที่มาชมการต่อสู้ตาเหมือนโดนทากาวติดไว้กับสนามประลอง

 

พวกเขาไม่สนใจเรื่องที่เฮเหรินยี่หลอกหลงยี่ แต่พวกเขาต้องการที่จะเห็นว่าหลงยี่จะสามารถหลบการรอบจู่โจมของเฮเหรินยี่ได้หรือไม่

 

“เคลือบวัชระ!!”

(Vajra วัชระ แปลว่าเพชร (แสดงถึงความแข็ง)

 

หลงยี่ตะโกน ร่างของเขาถูกเคลือไปด้วยแสงสีทองและทันใดนั้น ทำให้ร่างกายของหลงยี่ดูมีความแข็งแกร่งมาก

 

พลังของลมซวนทำลายล้างถูกเข้าที่หลังของหลงยี่แต่ทันใดนั้นก็เกิดเสียงเหมือนกับโลหะกระทบกันดังลั่นไปทั่วสนาม

 

หลังจากนั้น หลงยี่ก็กระโดดกลับไปที่เดิมก่อนจะมองไปที่เฮเหรินยี่ด้วยสายตาที่เปรี่ยมไปด้วยความอาฆาตที่แทบจะล้นออกมาจากดวงตา!

 

Facebook Comment