+100%-

บทที่ 48.1 ความอยุติธรรม

 

 

ในสนามประลองหยางเทียนคัวกับเฟิงหยุนกำลังเผชิญหน้ากันอยู่

 

เฟิงหยุนนั้นยังคงมีใบหน้าที่เฉยชา แต่ทางหยางเทียนคัวกลับมีใบหน้าที่จริงจัง เนื่องจากการต่อสู้ในครั้งนี้สำคัญกับเขามาก มากกว่านั้นเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเฟิงหยุนนั้นแข็งแกร่ง!

 

ทันใดนั้น ร่างสีขาวของหยางเทียนคัวก็พุ่งตัวเข้าไปราวกับแสง ก่อนที่คนดูจะรับรู้อะไร เขาก็พุ่งไปอยู่ด้านหลังของเฟิงหยุนแล้ว

 

“นี่คือทักษะระดับสุดยอด ใกล้เส้นขอบฟ้า!”

 

“ความเร็วของเขาเร็วมาก ดังกับเส้นขอบฟ้านั้นอยู่ห่างจากหยางเทียนคัวเพียงแค่เอื้อม”

 

“ไม่ ข้าว่าหยางเทียนคัวยังไม่ไปถึงระดับสุดยอดแต่อย่างใด แต่ยังเข้าถึงทักษะนี้เพียงแค่ระดับต้าเฉิงเท่านั้น แต่อย่างไรก็เพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะสามารถภาคภูมิใจได้แล้ว”

 

เสียงจากคนดูเริ่มดังขึ้นจากทุกทิศทาง แต่ในสนามกับยังคงสงบอยู่เช่นเดิม

 

ทุกๆคนต่างมองไปที่เฟิงหยุนที่กำลังยกมือของเขาขึ้นมา คลื่นสีขาวของซวนฉีที่กำลังก่อตัวขึ้น ทันใดนั้นคลื่นนั้นก็พุ่งเข้าไปหาหยางเทียนคัว

 

“ทักษะระดับสุดยอด ผ่าคลื่นนภา!”

 

‘ผ่าคลื่นนภา’ ไม่เพัยงแต่จะเป็นทักษะที่ใช้โจมตีเท่านั้น ด้วยเป็นทักษะที่มีการหมุนเวียนซวนฉีภายในร่าง เมื่อฝึกฝันถึงระดับต้าเฉิง ก็จะสามารถใช้ได้ทั้งโจมตีและป้องกันในเวลาเดียวกัน เมื่อนั้นย่อมเป็นทักษะที่น่ากลัวมาก

 

ตอนนี้ ซวนฉีที่ก่อตัวขึ้นโดยเฟิงหยุนโจมตีหยางเทียนคัวและพุ่งตรงไปที่เขาอย่างกับแสง

 

เมื่อพลังซวนฉีที่จะพุ่งเข้าหาหยางเทียนคัวมากขึ้นเท่าไหร่ แต่หยางเทียนคัวก็ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพียงพริบตาร่างของเขาก็เคลื่อนย้ายหลบได้อย่างง่ายดายก่อนที่จะไปโผล่อีกทิศทางหนึ่ง

 

ทักษะ’ใกล้เส้นขอบฟ้า’เป็นทักษะความคล่องตัวระดับสุดยอด และความเร็วของมันนั้นมากกว่าก้าวพริบตาหลายเท่านัก

 

ถึงแม้ก้าวกระพริบตาจะสามารถเพิ่มความเร็วให้กับผู้ใช้ถึง40-50เปอเซ็นต์ ยิ่งเมื่อฝึกฝนถึงระดับต้าเฉิงเพียงแค่ก้าวเดียวก็พุ่งไปไกลได้ถึง 30ฟุต แต่ก็ยังด้อยกว่าทักษะใกล้เส้นขอบฟ้ามากนัก

 

หากฝึกฝนใกล้เส้นขอบฟ้าจนถึงระดับต้าเฉิง จะสามารถเคลื่อนที่ตัวเองอย่างกับแสงและเมื่อถึงเวลาที่จะต้องหนีหรือไล่ล่า ทักษะนี้ก็เป็นทักษะที่มีความรวดเร็วสูงมากและยังเป็นทักษะที่เหนือกว่าทักษะตัวอื่นๆอยู่มากเลยทีเดียว

 

“ใกล้เส้นขอบฟ้า เป็นทักษะความคล่องตัวที่ดี เมื่อไหร่หากข้าได้เป็นศิษย์ข้าจะฝึกมันอย่างแน่นอน”

 

หลงยี่ที่กำลังดูการต่อสู้อยู่นั้นคิดอยู่ในใจของเขา

 

ตอนนี้หลงยี่มีทักษะหมัดที่แข็งแกร่งมากชื่อ หมัดเก้ามังกรซ่อน และเขายังฝึกทักษะเสริมความแข็งแกร่งอย่างร่างมารทรราชย์ ดังนั้นเขาจึงต้องการที่จะฝึกฝนทักษะความคล่องตัวดีๆซักทักษะนึงที่ดีกว่าก้าวกระพริบตา

 

ถึงแม้ทักษะก้างกระพริบตาจะเป็นทักษะที่ดีแต่ก็ยังดูอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูที่แข็งแกร่งและรวดเร็วมาก

 

หากเขาได้ฝึกฝนทักษะใกล้เส้นขอบฟ้าแล้วทุกสิ่งอย่างจะง่ายขึ้นสำหรับเขา

 

ในสนามประลองตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม เฟิงหยุนที่สร้างพลังซวนฉีขึ้นมาโจมตีหยางเทียนคัวแต่หยางเทียนคัวที่พึ่งพาทักษะใกล้เส้นขอบฟ้าหลบหลีกตลอดเวลา

 

ทั้งสองต่างก็เป็นวู่เต้าขั้นที่ 9ด้วยกันทั้งคู่ พลังการโจมตีแต่ละครั้งของทั้งคู่รุนแรงเหมือนกับมีม้าสองร้อยตัวกำลังวิ่งอยู่ในสนาม ฝุ่นละอองที่คลุ้งกระจายอยู่กลางสนามทำให้การต่อสู้ดูน่าตื่นตาขึ้น

 

หลงยี่ที่กำลังชมการต่อสู้อยู่อย่างตั้งใจนั้นก็รับรู้ว่าทั้งสองคนทั้งเฟิงหยุนและหยางเทียนคัว ต่างฝึกฝนทักษะระดับสุดยอดเพียงแค่หนึ่งทักษะเท่านั้น และใช้ทักษะระดับสูงในการต่อสู้ถึงพวกมันจะฝึกฝนไปจนถึงระดับสมบูรณ์แบบก็เถอะ

 

“ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะฝึกฝนทักษาะระดับสุดยอด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถฝึกฝนทักษาะระดับสุดยอดสองทักษะพร้อมกัน”

 

หลงยี่ที่กำลังคิดเช่นนั้นก็นึกถึงหมัดตราเก้ามังกรซ่อน

 

โชคดีสำหรับหลงยี่ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดของเขาในชาติก่อนทำให้สามารถฝึกฝนหมัดตราเก้ามังกรซ่อนได้อย่างรวดเร็ว และเขายังได้รับความช่วยเหลือจากตราเก้ามังกรซ่อน มิเช่นนั้นมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝึกฝนทักษะนี้ไปจนถึงระดับต้าเฉิงในเวลาอันสั้น

 

(ทักษะระดับต่ำ<ทักษะระดับกลาง<ทักษะระดับสูง<ทักษะระดับสุดยอด<ทักษะระดับดีที่สุด)

(ระดับการฝึกฝน: ขั้นต้น(หรือฝึกหัด)<ระดับเซี่ยวเฉิง<ระดับต้าเฉิง<ระดับสูง<ระดับสมบูรณ์แบบ)

 

“หากต้องการที่จะแสดงพลังทั้งหมดของทักษะนั้นๆจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนจนไปถึงระดับขั้นสมบูรณ์แบบ แต่ข้าไม่รู้เลยว่าจะต้องเสียเวลาและกำลังกายไปมากเท่าไหร่เพื่อที่จะฝึกฝนนรกพินาศให้ไปถึงระดับนั้นได้”

 

หลงยี่ส่ายหัวเบาๆ แม้จะอยู่แค่ระดับต้าเฉิงแต่ความแข็งแกร่งของทักษะระดับดีที่สุดก็ยังคงห่างชั้นจากทักษะระดับสุดยอดมากนัก หลงยี่จึงยังไม่อยากคิดถึงการที่จะฝึกฝนไปถึงระดับสูงเลย แม้แต่ระดับสมบูรณ์ก็ยังเป็นเพียงแค่ภาพในฝันเท่านั้น

 

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หากใช้เวลาและโอกาศต่างๆเขาอาจจะสามารถฝึกฝนทักษะใกล้เส้นขอบฟ้าไปจนถึงระดับต้าเฉิงได้ และจะทำให้ความสามารถทางการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

ระหว่างกำลังชมการต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งทั้งสองคน หลงยี่ก็พลอยได้ผลประโยชน์ไปด้วย นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้คนต่างต้องการที่จะชมการต่อสู้ของพวกเขา

 

ไม่นานทั้งเฟิงหยุนละหยางเทียนคัวต่างปลดปล่อยพลังและความรู้ความสามารถของตนออกมาประชันกันอย่างดุเดือด แต่ก็ยังเห็นผลได้ว่าเฟิงหยุนนั้นแข็งแกร่งกว่า

 

ท้ายที่สุดจิตเร้นลับของหยางเทียนคัวก็ถูกสยบโดยจิตของเฟิงหยุน ร่างของหยางเทียนคัวล้มลงกับพื้นดังกับมีแรงกดดันมหาศาลกดทับเขาอยู่ แม้แต่พื้นดินก็ยังสั่นสะเทอนเหมือนกับเกิดแผ่นดินไหว

 

“เฟิงหยุนเป็นฝ่ายชนะ”

 

หลงยี่หรี่ตาของเขาลงขณะที่กำลังมองไปที่เฟิงหยุน ทำให้หลงยี่เริ่มตระหนักถึงความแข็งแกร่งของเฟิงหยุนในตอนนี้

 

ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของหลงยี่ การที่จะจัดการเฟิงหยุนนั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด ถึงแม้เฟิงหยุนจะขึ้นไปสู่ระดับวู่เต้าขั้นที่ 9 และได้รับพลังอย่างสมบูรณ์จากวู่เต้าขั้นที่ 9ก็ตาม

 

“ในเวลานี้ เมื่อข้ากลับไปที่เมืองหยูกวน เมื่อที่จะเข้าร่วมการแข่งขันที่ถูกจัดขึ้นโดนตระกูลเฟิง และช่วยพ่อบุญธรรมของเขารักษาตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเอาไว้ ข้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อที่จะเผชิญกับนักรบจากตระกูลถันและตระกูลฉิน ข้าจำเป็นที่จะฝึกฝนทักษะความคล่องตัวใกล้เส้นขอบฟ้า!”

 

หลงยี่ได้เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ของเขาไว้เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้นเขาจะเป็นที่จะต้องมีพลังมากเพียงพอก่อนที่จะกลับไปยังตระกูลเฟิงในเมืองหยูกวน

 

ในสนามประลอง หยางเทียนคัวที่กำลังยืนขึ้นอย่างไม่เต็มใจนักและยังมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้และความมั่นคง “ครั้งนี้ข้าแพ้ แต่ข้าก็จะท้าเจ้าใหม่อีก!”

 

“ข้าแนะนำว่าเจ้าไม่ควรทำเรื่องเสียเวลาเปล่า เมื่อเจ้าแพ้หนึ่งครั้ง เจ้าก็จะแพ้ไปตลอดกาล”

 

เฟิงหยุนพูดอย่างเย็นชาด้วยสีหน้าที่เฉยเมย หยางเทียนคัวเป็นแค่ศิษย์อันดับที่ 13 เพราะฉะนั้นจึงมีความต่างของพลังอยู่ ความจริงวแล้วเฟิงหยุนไม่ต้องใช้พลังมากกว่าครึ่งนึงของเขาเพื่อที่จะโค่นหยางเทียนคัวเลย

 

Facebook Comment