+100%-

เล่มที่5 บทที่1: ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!

Desolate Era เล่ม5: สาวกตำหนักม่วง

บทที่ 1: ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!

ต่อให้ไม่มีคำสั่งจากผู้เป็นอาจารย์บุรุษสตรีทั้งหกก็ทราบดีว่าพวกมันไม่อาจปล่อยให้จี้หนิงหลุดรอดออกไปได้ เมื่อค่ายกลหมอกดำที่รายล้อมรอบถูกทำลายลง หากจี้หนิงสามารถส่งข่าวออกไป ไม่เพียงแค่ตระกูลจี้แต่ชาติตระกูลมหาอำนาจแห่งเทือกเขานางแอ่นทั้งหมดจะต้องส่งกำลังเข้ามากวาดล้างพวกมันอย่างแน่นอน

พวกมันจำเป็นต้องแย่งชิงธงค่ายกลกลับคืนมาและสังหารจี้หนิงลงให้จงได้

จี้หนิงเองก็ไม่รีรอรีบเก็บธงเข้าสู่สมบัติวิเศษแล้วอาศัยปีกโลหะบนหลังเร่งความเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันก็ควบคุมพลังอัคคีให้เกิดเป็นทะเลเพลิงแผดเผาเหล่าทาสผู้ลงทัณฑ์อย่างไร้ความปราณี

เงาร่างสามสายพลันพุ่งเข้าสกัดกั้นร่างของจี้หนิงจากในหมู่ทาสรับใช้

“ยอดฝีมือเหนือธรรมชาติ?” จี้หนิงอาศัยท่าร่างและพลังจู่โจมคาดคำนวณระดับความสามารถของฝ่ายศัตรู ยอดฝีมือเหล่านี้เป็นสมควรเป็นบริวารของเป่ยจื้อชานที่กระจายอยู่ในหุบเขา

จี้หนิงแทนที่จะหลบหลีกกลับอาศัย ‘ท่าร่างปีกวายุ’ พุ่งเข้าปะทะกับหนึ่งในนั้นซึ่งเป็นชายร่างใหญ่ที่ใช้ค้อนเป็นอาวุธ

ในชั่วพริบตาชายร่างใหญ่ก็ร่วงลงไปนอนบนพื้น สองมือกดกุมแผลบนหน้าอกที่ถูกกระบี่แทงทะลวงหัวใจ อึดใจถัดมาประกายกระบี่ที่สองก็แลบขึ้นพร้อมกับศีรษะของยอดฝีมืออีกผู้หนึ่ง ศัตรูที่หลงเหลือเป็นคนสุดท้ายถูกท่ากระบี่ของจี้หนิงข่มจนระย่อรีบล่าถอยหลบเลี่ยงไปทันที

………

จี้หนิงในยามนี้มีสภาพไม่ต่างไปจากเทพมรณะทวงวิญญาณ พริบตาเดียวก็สังหารสัตว์อสูรรับใช้และบริวารระดับเหนือธรรมชาติของเป่ยจื้อชานไปอีกสิบกว่าคน

ภาพทะเลเพลิงที่ลุกฮือโหมและซากศพของยอดฝีมือเหนือธรรมชาติฝ่ายตนสะกดศิษย์ทั้งหกจนอยู่ในสภาพกระอักกระอ่วนเป็นอย่างยิ่ง พวกมันทราบดีว่าต่อให้เพิ่มพวกมันเข้าไปผลสุดท้ายที่จะได้รับก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกัน คือเสียชีวิตภายในไม่กี่กระบวนท่า!

“ขบวนรบเกราะเต๋ามังกรสมุทร!” ศิษย์คนที่เจ็ดรีบส่งเสียงร้องเรียกสติ

ศิษย์ผู้พี่ทั้งห้าของมันค่อยนึกถึงไพ่ตายเช่นนี้ออก พวกมันรีบส่งเสียงร้องเรียกออกไปเช่นกัน ร่างของพวกมันทั้งหกพลันปรากฎชุดเกราะสีดำสนิทห่อหุ้มเอาไว้ ในขณะที่นักรบเกราะเต๋าในชุดสีเขียวจำนวนนับหมื่นโผพุ่งออกมาจากถ้ำภูเขารอบกายอย่างหนาแน่นถี่ยิบราวกับพายุฝนสาดซัดลงสู่พื้นดิน อักขระอาคมจากชุดเกราะเปล่งประกายเจิดจ้าดึงดูดพลังแห่งธรรมชาติเข้าสู่ขบวนรบ

จี้หนิงแม้ลงมืออย่างคลุ้มคลั่งแต่ยังไม่ไร้สติ เขาจดจำออกได้ในทันทีว่านักรบในชุดเกราะสีเขียวนับหมื่นและในชุดเกราะสีดำอีกนับสิบที่รุกคืบเข้าหาตนเองคือสิ่งใด เขาตัดสินใจอย่างฉับพลันว่าไม่อาจปล่อยให้พวกมันรวมพลังเข้าด้วยกันโดยสมบูรณ์

“พวกเจ้าทุกคนต้องตาย!”

พายุน้ำแข็งทะเลอัคคีกวาดท่วมไปทั่วบริเวณ จี้หนิงแทบทุ่มเทพลังทั้งหมดออกมาในคราเดียว

“ระวังตัวไว้ รีบจัดตั้งรูปขบวน”

นักรบเกราะเต๋ากว่าหมื่นคนรีบแยกย้ายจัดตั้งรูปขบวนขึ้นเป็นหมวดหมู่ดึงดูดพลังแห่งธรรมชาติก่อกำเนิดเป็นลักษณ์แห่งมังกรสมุทรขึ้นที่เบื้องหลังของพวกมันต่อต้านกับพลังเหนือธรรมชาติของจี้หนิง ในขณะที่นักรบจำนวนไม่น้อยสูญเสียชีวิต อีกหลายขบวนยังสามารถต้านทานเอาไว้ได้ทันท่วงที ส่วนนักรบเกราะดำระดับเหนือธรรมชาติรอคอยจังหวะเวลาเพื่อจัดตั้งรูปขบวนขนาดใหญ่

จี้หนิงรับรู้ถึงความคับขันของสถานการณ์ เมื่อครั้งที่รับการทดสอบในนิเวศน์ใต้วารีเพียงยักษาเหนือธรรมชาติทั้งเก้าก็จัดการเขาจนมือไม้ปั่นป่วน เขาไหนเลยปล่อยให้ยอดฝีมือเหล่านี้จัดตั้งรูปขบวนจนสำเร็จได้

“กลีบบงกชวารีอัคคีจู่โจม!” กลีบบงกชวารีอัคคีจำนวนเก้าชุดปรากฎขึ้นล้อมรอบยอดฝีมือเหนือธรรมชาติจำนวนเก้าคน หกในเก้าถูกบดสังหารทันทีในขณะที่อีกสามคนได้รับบาดเจ็บล่าถอย ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าสั่นขวัญสะท้านวิญญาณของยอดฝีมือเหนือธรรมชาติที่หลงเหลือ การจู่โจมจากระยะไกลที่สามารถสังหารยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติถึงหกคนพร้อมๆกัน พวกมันกระทั่งนึกฝันยังไม่เคยนึกฝันถึง

ซึ่งที่จริงการรับบาดเจ็บและเสียชีวิตของยอดฝีมือทั้งเก้าส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากความประมาทของพวกมันเอง พวกมันสามารถทนรับการโจมตีจากทะเลเพลิงน้ำแข็งเอาไว้ได้จึงไม่ได้ใส่ใจระวังป้องกันกลีบบงกชวารีอัคคีอย่างสุดความสามารถตั้งแต่แรก

“จัดตั้งรูปขบวนเจ้ามังกรสมุทร!” ชายหนุ่มรูปงามยังคงเป็นคนแรกที่ควบคุมสติไว้ได้ มันรีบเชื่อมต่อพลังของตนเข้ากับนักรบเกราะเขียวจำนวนหนึ่งพันคนในทันที

นักรบเกราะดำคนอื่นรีบปฏิบัติตามมัน ลักษณ์แห่งมังกรสมุทรทยอยปรากฎเพิ่มบนท้องฟ้าจนมีจำนวนถึงแปดตัว เพียงแต่นักรบจำนวนมากถูกจี้หนิงสังหารไปตั้งแต่แรกพวกมันจึงทำได้เพียงจัดรูปขบวนมากบ้างน้อยบ้าง ไม่อาจจัดตั้งรูปขบวนพันคนที่เป็นลักษณ์อันสมบูรณ์ขึ้นมาได้ทั้งหมด

“บัดซบ นักรบเกราะเต๋าถูกเข่นฆ่าจนเหลือไม่ถึงเก้าพันคนทำให้ไม่อาจจัดตั้งรูปขบวนเจ้ามังกรสมุทรได้ ไม่เช่นนั้นพวกเราสมควรสับสังหารมันได้อย่างไม่มีปัญหา”

“แต่ไม่ว่าอย่างไร วันนี้มันก็ยังต้องตายอยู่ดี”

………

ภายในห้องลับใต้หุบเขา

เปลวเพลิงสีเขียวยังคงลุกโชนอยู่เหนือกระถางโบราณ ธงสี่เหลี่ยมสีแดงเลือดยังคงโบยบินอยู่ท่ามกลางวิญญาณของภูตพยาบาทจำนวนนับไม่ถ้วน เป่ยจื้อชานผู้ชั่วร้ายนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินใหญ่ด้วยใบหน้าอันโกรธเกรี้ยว

“คิดไม่ถึงว่าจี้หนิงผู้นี้กลับสามารถทำลายค่ายกลของข้าลงได้” ที่ผ่านมามันอาศัยการ หลบหนีและหลีกเร้นร่องรอยเพื่อซื้อเวลาในการจัดสร้างสมบัติวิเศษ ยามนี้เมื่อปราศจากค่ายกลที่มันเคยพึ่งพาตลอดมา สถานที่แห่งนี้ย่อมไม่ปลอดภัยสำหรับมันอีกต่อไป

ตอนนี้สิ่งที่มันจำเป็นต้องกระทำโดยเร่งด่วนคือการหยุดยั้งพิธีกรรมลงชั่วคราว แม้ว่านั่นจะหมายถึงการสูญเสียภูตพยาบาทที่เพียรจัดสร้างไปบ้างก็ตาม แต่ถึงเช่นนั้นมันก็ไม่อาจทำการหยุดยั้งลงอย่างหักโหม มิเช่นนั้นตัวมันนั่นเองที่จะพบจุดจบถูกภูตพยาบาทกลืนกิน

มันต้องการเวลามากกว่านี้…

“นายท่านเราสูญเสียนักรบเกราะเต๋าจนมีจำนวนต่ำกว่าเก้าพันนายแล้ว” หนึ่งในอสูรรับใช้ของมันส่งกระแสจิตรายงานมาอย่างร้อนรน

“ว่าอย่างไรนะ!?” อารมณ์พลุ่งพล่านที่เพิ่งถูกสะกดลงของเป่ยจื้อชานระเบิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อไม่อาจก่อตั้งรูปขบวนเจ้ามังกรสมุทร จี้หนิงมีโอกาสสูงลิ่วที่จะหลบหนีไปได้

ผืนธงสีแดงเลือดสะบัดไหวอย่างรุนแรง ภูตพยาบาทจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายในดิ้นรนอย่างรุนแรงหมายฉวยโอกาสหลบหนีออกมาเพื่อระบายความแค้นลงที่ผู้จัดสร้างมัน

“บัดซบ” เป่ยจื้อชานระงับสติลงอีกครั้งอย่างยากเย็น มันหยิบโลงศพสีดำออกจากถุงขนาดเล็กใบหนึ่งโยนลงบนพื้น โลงสีดำพลันขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับฝาที่เลื่อนเปิดออก รัศมีชั่วร้ายอันน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมาจากภายใน ผีดิบตนหนึ่งใช้กรงเล็บที่มีขนรุงรังจับขอบโลงดันร่างลุกขึ้นนั่ง ดวงตาเขียวปัดทอประกายในความมืด

ผีดิบขนสีดำรุงรังกระโดดออกจากโลง พลังแห่งความตายสีดำปกคลุมทั่วร่างเข้มข้นจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า พลังแห่งความตายประเภทนี้เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวลไม่เว้นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ผีดิบตนนี้เป็นไพ่ตายที่เป่ยจื้อชานทุ่มเทความสามารถอย่างมากมายจัดสร้างขึ้นจากศพของสาวกตำหนักม่วง

“ไปจัดการมันซะ”

ผีดิบส่งเสียงคำรามตอบรับในลำคอ มันสมกับเป็นอาวุธลับที่เป่ยจื้อชานหวังพึ่งพา ในร่างครึ่งเป็นครึ่งตายนอกจากยังคงพลังฝีมืออันสูงล้ำเอาไว้ยังรักษาสติปัญญาบางส่วนเอาไว้ด้วย มันสามารถเข้าใจคำสั่งของเป่ยจื้อชานและแยกแยะศัตรูออกจากฝ่ายของตนเอง

ร่างขนสีดำรุงรังก้าวเดินออกจากห้องลับ อาศัยการกระโดดเพียงครั้งเดียวก็ออกพ้นจากทางอุโมงค์สู่พื้นดินด้านนอก

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

Facebook Comment