+100%-

เล่มที่2 บทที่3: ความเป็นและความตาย

Desolate Era เล่ม2: ทะเลสาบแห่งเทือกเขาตะวันออก

บทที่ 3: ความเป็นและความตาย

จี้ยี่ฉวนใช้กระบี่ยาวสีฟ้าซ้อมมือกับหลักไม้ในสวน

กรีด แทง ฟัน กระบวนท่าที่ใช้ออกล้วนพื้นเพธรรมดาทั้งยังมิได้ใช้กำลังแต่อย่างใด หลักไม้เบื้องหน้าเพียงบังเกิดรอยขูดขีดเล็กน้อยเท่านั้น

ยู้จี่เซาะยิ้มแย้มชมดูอยู่ด้านข้าง ในมือถือถังน้ำ ตักรดใส่ต้นไม้ดอกไม้โดยรอบ

ทันใดนั้นคลื่นความสั่นสะเทือนของพลังงานปริมาณมหาศาลแผ่พุ่งมาถึง ทั้งคู่ต่างอุทานเหลียวมองไปในทิศทางเดียวกัน “วังมังกร”

วังมังกรแม้ตั้งอยู่ในเมืองชั้นในแต่ยังอยู่ห่างจากพื้นที่อาศัยเกือบสองกิโลเมตร สองสามีภรรยารีบลอยตัวขึ้นบนยอดหลังคา จับจ้องมองไปยังทิศทางของวังมังกร

สิ่งที่แรกที่สายตาของทั้งคู่มองเห็น คือร่างมหึมาของอสรพิษเหินหาว ปีกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเกล็ดของมันปกคลุมอยู่เหนือวังมังกร เด็กชายแขนเดียวที่ร่างชุ่มไปด้วยโลหิตกำลังดิ้นรนหมายเอาชีวิตรอดออกจากซากของวังมังกร แต่สิ่งที่รอคอยเขาอยู่คือขนดหางทรงพลังที่หวดฟาดเข้าใส่

“ลูกหนิง!” ยู้จี่เซาะสองตาแดงฉานด้วยสายเลือดกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง

ระยะทางยาวไกลเกินไป ระยะเวลากลับกระชั้นสั้นเกินไป

“งูหนอนบัดซบ!” เพลิงโทสะของจี้ยี่ฉวนปะทุขึ้น กระบี่ในมือฟาดฟันออก พลังกระบี่สีฟ้าขนาดใหญ่ยิ่งกว่าตัวของอสรพิษเหินหาวทะลักทลายออกเป็นเส้นสายตัดผ่าท้องฟ้ายามราตรีพุ่งไปทางวังมังกร

………

จี้หนิงที่ดีดกายออกนอกวังมังกรพลันเผชิญการจู่โจมที่รวดเร็วดุจสายฟ้าจากท่อนหางของอสรพิษเหินหาว เขาสำนึกดีว่าต่อหน้าอสรพิษมีปีกตัวนี้เสื้อดาราทองมีคุณค่าไม่ต่างจากแผ่นกระดาษ อาศัยกายาเทพอสูรระดับธรรมชาติขั้นสูงสุดของเขา หากรับการฟาดหวดเช่นนี้ร่างกายคงกลายสภาพเป็นเลือดเนื้อเลอะเลือน

“ไม่” จี้หนิงไม่อาจยอมรับความจริงนี้ได้ ชาติภพนี้ของเขา เขามีทั้งร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ บิดามารดาที่รักอาทร และโอกาสที่จะก้าวไปสู่ความเป็นอมตะเพื่อเป็นผู้ลิขิตชีวิตของตัวเอง ทุกสิ่งนี้เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น เขาจะไม่ยอมให้มันสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้

“หลบหลีก!” จี้หนิงประจุพลังทั้งหมดที่มีลงใน ‘ท่าร่างเงาวายุ’

ต้องเร็ว… ต้องเร็วกว่านี้… ต้องหลบหลีกให้เร็วกว่านี้!

ท่ามกลายสายลมจากการหวดฟาดที่พัดกระหน่ำมาถึง ร่างกายของจี้หนิงพลันกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของสายลม!

ส่วนหางของอสรพิษเหินหาวฟาดหวดลงบนซากปรักหักพังของวังมังกร ส่งให้เศษศิลานับร้อยลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่กลับไร้ซึ่งเงาร่างของจี้หนิง

“หลบได้งั้นรึ?” อสรพิษเหินหาวขู่ตะคอก ม้วนหางเข้าหวดซ้ำอย่างคลุ้มคลั่ง “ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะโชคดีเช่นนี้ตลอดไป”

แต่ร่างของจี้หนิงในยามนี้กลับกลายเป็นเงาไร้สภาพที่มิอาจคาดคำนวณได้ คล้ายกับแผ่นกระดาษอันบางเบาที่ล่องลอยอยู่ในสายลม การจู่โจมอันรุนแรงของอสรพิษเหินหาวกลับพลาดเป้าไปอีกครา

“ไร้เหตุผลสิ้นดี!”

อสรพิษเหินหาวแทบกระอักโลหิตด้วยความคับข้องใจ สัตว์อสูรพันปีที่เข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงเช่นมัน หากคิดจะลงมือสังหารสิ่งมีชีวิตระดับเหนือธรรมชาติทั่วไปยังมิใช่ปัญหา กับเด็กมนุษย์เช่นนี้ที่จริงยังสมควรง่ายดายยิ่งกว่าเมื่อครั้งฆ่าล้างเผ่ามีดทอง

มันยิ่งลงมือยิ่งบ้าคลั่ง ปีกและหางกระหน่ำเข้าจู่โจมจนวังมังกรทั้งหลังถล่มพินาศลงมา คร่าชีวิตของไพร่พลตระกูลจี้และสัตว์อสูรมากมายที่ติดค้างอยู่ภายใน

“เจ้าไม่มีทางมีชีวิตรอดต่อไปได้” พลังความเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างของอสรพิษเหินหาว หมอกพิษสีดำสนิทพวยพุ่งออกจากปาก สิ่งมีชีวิตระดับธรรมชาติทั่วไปในบริเวณหากมิใช่แข็งตัวจนแตกสลายก็เน่าเปื่อยเสียชีวิตไปจนสิ้น

ทว่าร่างของจี้หนิงยังคงเคลื่อนไหวอย่างแผ่วพริ้วหลุดรอดจากการโจมตีทางตรงทั้งหมดไปได้อย่างอย่างหมดจด ในขณะที่พลังความเย็นและหมอกพิษที่กระจายตัวออกรอบด้านนั้นมิอาจสร้างความเสียหายให้แก่กายาเทพอสูรได้มากนัก

“ดั่งเงาร่าง ดั่งวายุ”

“นี่เองคือแก่นแท้ของ ‘ท่าร่างเงาวายุ’”

จี้หนิงจมลึกอยู่ในความลึกซึ้งของเคล็ดวิชา ปล่อยร่างกายให้เคลื่อนไหวตามสำนึกดังใบไม้ที่ลอยเลื่อนไปตามสายลม หลบรอดจากการจู่โจมของครั้งแล้วครั้งเล่าของอสรพิษเหินหาว

“ฟ้ามนุษย์หลอมรวม!” ความคิดนี้แล่นปราดผ่านสมองที่แตกตื่นของอสรพิษเหินหาว

“เป็นไปไม่ได้! เด็กมนุษย์ผู้นี้กลับสามารถใช้เคล็ดวิชาท่าร่างได้ถึงขั้น ‘ฟ้ามนุษย์หลอมรวม’? ระดับที่แม้แต่ข้าที่ฝึกปรือมานับพันปียังมิอาจเข้าถึง?”

“งูหนอนบัดซบ!” ในเสียงตวาดด้วยโทสะ พลังกระบี่สีฟ้าฟันจู่โจมมาถึง

อสรพิษเหินหาวตวัดปลายหางเข้าต้านทานอย่างไม่ใส่ใจ “จี้ยี่ฉวนดูถูกข้าเกินไปแล้ว พลังกระบี่ที่ตัดผ่านระยะไกลถึงเพียงนี้ ไหนเลยทำร้ายข้าได้”

ปลายหางและพลังกระบี่ปะทะกันจนสะเทือนไปทั้งบริเวณ โลหิตเขียวข้นสาดกระจาย ท่อนหางขนาดมโหฬารถูกตัดลึกจนแทบขาดเป็นสองท่อน พื้นดินที่ถูกละอองโลหิตพร่างพรมเดือดขึ้นเป็นฟอง สรรพวัตถุในรัศมีถูกกัดกร่อนผุพังลงอย่างรวดเร็ว

“พลังกระบี่ที่ร้ายกาจนัก” อสรพิษเหินหาวใจสั่นสะท้าน ในที่สุดมันก็รับรู้ถึงความร้ายกาจของยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตก “ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดไปก่อน” มันส่งสายตาเคียดขึ้งอาฆาตไปยังจี้หนิง จากนั้นโบกปีกมหึมาทั้งสองเหินบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

ชั่วขณะนั้นเงาร่างหลายสายส่งเสียงตวาดว่าพลางโถมเข้ามาจากทิศทางของตัวเมืองชั้นใน เหล่ายอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติของตระกูลจี้รวมทั้งจี้หลี่และจี้หยงพากันเร่งรุดมาถึง

จี้ยี่ฉวนพุ่งทะยานขึ้นแล้วทิ้งตัวลงบนนกยักษ์สีฟ้าที่ขนหางมีเปลวเพลิงสีฟ้าลุกไหม้ กล่าวกับสตรีชุดดำที่ยืนอยู่บนหลังนก “ขอข้าหยิบยืม ‘วิหคอัคคีฟ้า’ ของเจ้า”

“ข้าจะร่วมทางไปด้วย” สตรีชุดดำกล่าวตอบด้วยเสียงแหบแห้ง

จี้ยี่ฉวนกวาดตาลงมองร่างของบุตรชายที่ยืนหยัดอยู่กลางซากปรักหักพังของวังมังกร ลอบทอดถอนใจด้วยความโล่งอก หากเมื่อมองเห็นแขนที่ขาดด้วนและคราบโลหิตที่หยดหยาด เพลิงโทสะก็ประดังขึ้นมาอีกครา

“ไป!” วิหคอัคคีฟ้าสะบัดปีกเหินบินนำพาจี้ยี่ฉวนและสตรีชุดดำติดตามไปในทิศทางที่อสรพิษเหินหาวหลบหนี

มนุษย์ที่บรรลุระดับเหนือธรรมชาตินั้นยังไม่สามารถบินได้ ยอดฝีมือตระกูลจี้ที่เหลือได้แต่ช่วยกันสะสางสถานที่พลางส่งเสียงก่นด่าอสรพิษเหินหาวที่บังอาจบุกเข้ามาลูบคมถึงถิ่น

………

จี้หนิงยังคงดื่มด่ำอยู่ในภาวะแห่งฟ้ามนุษย์หลอมรวม ความรู้สึกของการได้เป็นหนึ่งเดียวกับพลังและความอิสระแห่งสายลมนั้นมิอาจอรรถาธิบายเป็นคำพูดใดได้ แต่แล้วเขาก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงร้องครวญครางของเหล่าผู้คนที่ได้รับบาดเจ็บ ความยินดีปลาสนาการไปจากใจของจี้หนิง วังมังกรในตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงกองศิลา ซากศพเกลื่อนกระจายไปทั่ว

จี้หนิงกัดกรามกรอด กระโจนกลับเข้าไปในซากของวังมังกรค้นหาแขนที่ขาดจนเจอ เขาเก็บกระบี่อุดรทมิฬเข้าไปในหินหยกเขียวก่อน จากนั้นประกบแขนที่ขาดคืนบนรอยตัด

“เชื่อมต่อ” จี้หนิงกำหนดสมาธิเชื่อมต่อแขนที่ขาด ด้วยความสำเร็จของเขาในตอนนี้เขาอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการงอกแขนขึ้นใหม่ แต่ต้องการเพียงชั่วครู่ในการเชื่อมต่อส่วนที่ขาดหายไป

เขารู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อและกระดูกเริ่มทำการเชื่อมประสาน แขนข้างซ้ายเริ่มสามารถขยับได้อีกครั้งแม้ว่าจะยังอยู่ห่างจากสภาพที่สมบูรณ์อยู่อีกช่วงหนึ่งก็ตาม

“จี้หนิง!” เสียงที่ยังเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้น จี้หนิงหันไปมองและพบกับชายชราในชุดขนสัตว์สีแดง

ผู้ดูแลเขตปกครองตะวันตกจี้หยงระบายลมหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นหลานรักยังคงปลอดภัยดี บ่นพึมพำกับตนเอง “เจ้าไม่เป็นไรก็ประเสริฐ… เจ้าไม่เป็นไรก็ประเสริฐ…”

“ลูกหนิง!” เสียงเรียกที่เจือไปด้วยความหวาดหวั่นดังติดตามมา

“ท่านแม่!” จี้หนิงไม่สนใจทักทายจี้หยง วิ่งย้อนกลับไปหามารดาของเขาที่ใบหน้าเนืองนองไปด้วยคราบน้ำตา

เมื่อเห็นบุตรชายของนางในสภาพอันปลอดภัย ยู้จี่เซาะหลั่งน้ำตาออกมาอีกครา สองแม่ลูกสวมกอดซึ่งกันและกัน “ขอบคุณสวรรค์ เจ้าไม่เป็นไร หากเจ้าเป็นไรไป ข้าไม่รู้จริงๆว่าจะทำอย่างไร”

“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร” จี้หนิงพร่ำพูดปลอบใจมารดา

“แขนของเจ้า…”

“ข้าไม่เป็นไรแล้ว” จี้หนิงยกชูแขนข้างซ้ายขึ้น แขนของเขาคืนสภาพได้แปดในสิบส่วนแล้ว

ถึงบัดนี้อารมณ์ของมารดาจี้หนิงจึงได้สงบลง นางนับว่าทำความเข้าใจต่อระดับความสำเร็จในกายาเทพอสูรของบุตรชาย

“อสรพิษเหินหาวกลับกล้าบุกรุกเข้ามาถึงตัวเมืองเขตปกครองตะวันตกของตระกูลจี้ งูหนอนตัวนี้นับว่ารำคาญในการมีชีวิตอยู่สืบไป” สุ้มเสียงอันหาญกล้าดังมาจากจี้หลี่ “ทว่าเราต้องสืบดูให้รู้ด้วยว่ามันต้องการสิ่งใดกันแน่”

วังมังกรซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ของตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตกกลับพังราบเป็นหน้ากลอง โลหิตเนืองนอง ซากศพกองสุมซ้อน เหล่ายอดฝีมือตระกูลจี้ต่างมีสีหน้าเคียดแค้นอัปยศ

“ส่งกำลังออกไป อสรพิษเหินหาวต้องตาย!”

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

Facebook Comment