+100%-

เล่มที่2 บทที่1: เข้าเมือง

Desolate Era เล่ม2: ทะเลสาบแห่งเทือกเขาตะวันออก

บทที่ 1: เข้าเมือง

รั้วไม้ซุงที่สูงถึงหกเมตรตั้งตระหง่านอย่างแน่นหนาตลอดแนวเขตแดน ต่อให้ฝูงสัตว์อสูรขนาดใหญ่ก็ยากจะบุกผ่านเข้าไปได้ ภายในรั้วปลูกสร้างบ้านเรือนทั้งที่ทำจากไม้และสร้างจากศิลา ผู้อาศัยมีทั้งชายและหญิงทั้งชราและทารก นับเป็นรูปแบบมาตรฐานของชนเผ่าที่มีประชากรพันกว่าคน

“ลูกของข้าถูกจับตัวไปในรัศมีสิบกว่ากิโลเมตรนี้” ชายชุดดำย่างเท้าตัดผ่านป่าและขุนเขา มุ่งหน้าสู่ชุมชนแห่งนั้น “และนี่คือชนเผ่าที่อยู่ใกล้ที่สุด”

“ผู้มาหยุดเท้า!” ประตูใหญ่ขณะนี้ปิดสนิท ที่หอธนูทั้งสองด้านมีมือธนูประจำอยู่ฝั่งละห้าคน ทุกผู้คนล้วนพาดธนูขึ้นสายเล็งไปที่ชายชุดดำ

“คนต่างถิ่นจงบอกจุดประสงค์ในการมาของเจ้า”

ชายชุดดำเหลือบมองมือธนูทั้งสิบด้วยสายตาหยามเหยียด เท้ายังคงก้าวเข้าหาประตูใหญ่โดยไม่หยุดยั้ง สร้างความเดือดดาลให้แก่มือธนูทั้งสิบเป็นอย่างยิ่ง

“ยิงสังหาร!” ลูกธนูสิบดอกหลุดออกจากแล่ง ทุกดอกกรีดผ่าอากาศเข้าหาชายชุดดำด้วยพลังที่เพียงพอต่อการป่นหินผา

แต่เมื่อพุ่งเข้าใกล้ชายชุดดำ ลูกธนูทั้งหมดกลับผุสลายไปในอากาศธาตุ ฝีเท้าของชายชุดดำยังคงมิได้ชะลอลงแม้แต่น้อย

“ไม่ได้การ” มือธนูทั้งสิบตื่นตัวขึ้น หนึ่งในนั้นรีบคว้าเขาสัตว์ที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาเป่า

เสียงเป่าหลอดเขาเตือนภัยดังสะท้านไปทั่วทั้งชนเผ่า สมาชิกชาวเผ่าทุกคนคว้าจับอาวุธคู่มือรวมกำลังกันมุ่งหน้าไปที่ประตูรั้ว ในโลกอันโหดร้ายแห่งนี้ไม่ว่าเด็ก สตรี หรือคนชรา ก็ต้องต่อสู้จึงจะมีชีวิตรอด

เสียงระเบิดดังสะเทือนเลื่อนลั่น ประตูหนาหนักที่ทำจาก ‘ไม้เหล็กดำ’ อันแข็งแกร่งแตกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพุ่งย้อนเข้าหากลุ่มคน แต่ละชิ้นล้วนแฝงพลังทำลายที่ยังรุนแรงกว่าลูกธนูทั้งสิบดอกเมื่อครู่ นักรบชนเผ่าหลายสิบคนที่ยืนหยัดอยู่หน้าประตูล้มตายสิ้นในชั่วพริบตา

เลือดสดๆไหลนองหน้าปากประตู แต่เหล่านักรบชนเผ่าหาได้เกรงกลัวไม่ แต่ละคนส่งเสียงโห่ร้องวิ่งหนุนเนื่องไปเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง

“หยุด!” ชายชราผมขาวในชุดขนสัตว์สีเทาเหินกายลงมายืนหยัดบนพื้นที่โล่งหน้าประตู

เหล่านักรบพากันหยุดยั้งลง ชายชราผู้นี้คือผู้นำของชนเผ่านี้เอง

“ขอถามผู้กล้าหาญท่านนี้ มีสิ่งใดที่ ‘เผ่ามีดทอง’ ของเราจะสามารถรับใช้ท่านได้” ชายชราผมขาวกล่าวพลางโน้มกายลงด้วยท่าทีสยบยอม ผู้ที่สามารถทลายประตูไม้เหล็กดำด้วยพลังปราณเช่นนี้ย่อมต้องเป็นยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติ ไม่ว่าชายชุดดำจะเป็นใคร เผ่ามีดทองก็มิอาจล่วงเกินได้

“ข้าถามเจ้า…” ชายชุดดำจ้องหน้าของผู้นำเผ่ามีดทอง “มีสัตว์อสูรอสรพิษปรากฎขึ้นในพื้นที่แถบนี้บ้างหรือไม่?”

“สัตว์อสูรอสรพิษ?” ชายชราผมขาวขบคิดแล้วพยักหน้า “เมื่อไม่นานมานี้มีสัตว์อสูรอสรพิษปรากฎขึ้น ทำลายล้างชนเผ่าในละแวกนี้ไปไม่น้อย หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นบรรดาชนเผ่าในพื้นที่ใกล้เคียงต่างร้องขอความช่วยเหลือไปยังตระกูลจี้ ตระกูลจี้จึงส่งกองกำลังนักรบชุดดำเข้ามา”

ดวงตาแคบเรียวของชายชุดดำทอประกายเย็นยะเยียบ… เป็นฝีมือของตระกูลจี้จริงๆ

ตระกูลจี้ทรงอิทธิพลเหนือดินแดนแถบนี้มาช้านาน แม้แต่สัตว์อสูรโบราณเช่นเขายังไม่คิดจะสร้างความขัดแย้งขึ้นโดยไม่จำเป็น แต่ยามนี้เขายืนยันมั่นใจแล้วว่า ‘ครีบแดง’ ถูกตระกูลจี้จัดการจริงๆ

“สังหารหรือจับกุม?”

“เป็นการจับเป็น สัตว์อสูรอสรพิษนั้นสมควรถูกส่งตัวไปยังเมืองเขตปกครองตะวันตก”

“เมืองเขตปกครองตะวันตก?” ประกายตาของชายชุดดำเปลี่ยนจากเย็นเยียบเป็นร้อนแรง… ลุกไหม้ด้วยเพลิงโทสะ!

เมืองเขตปกครองตะวันตกนั้นนับเป็นสถานที่สุดอันตรายสำหรับเหล่าสัตว์อสูร เหล่ายอดฝีมือของตระกูลจี้ล้วนพำนักอยู่ที่นั่น หากบุตรชายของเขาถูกส่งตัวไปที่นั้นจริง โอกาสที่จะช่วยเหลือออกมาสำเร็จนับว่าเลือนลางยิ่ง

“เจ้ามนุษย์” เสียงของชายชุดดำเต็มไปด้วยความอำมหิต “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”

สีหน้าของชายชราผู้นำเผ่าแปรเปลี่ยนในทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนเป็นมนุษย์

สัตว์อสูร! สัตว์อสูรระดับสูงที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์!

อุณหภูมิของพื้นที่โดยรอบลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ชั้นน้ำแข็งแผ่ปกคลุมผืนดิน หิมะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า นักรบชนเผ่าที่อยู่ในรัศมีแข็งตัวเป็นน้ำแข็งแล้วแตกสลายลงอย่างฉับพลัน

“ทุกคนรีบหนีไป!” ชายชราผมขาวที่ตอนนี้หนวดเคราผมเผ้าล้วนถูกน้ำแข็งเกาะคลุมตะโกนสั่ง

ชาวเผ่าที่เบื้องหลังต่างพากันร้องตะโกนบอกต่อและหันกายวิ่งหนี นักรบผู้กล้าบางส่วนวิ่งสวนเข้าหาชายชุดดำแทนที่จะวิ่งหนี แต่เพียงแค่เข้ามาในระยะของหิมะน้ำแข็ง ทุกคนก็กลายสภาพเป็นแท่งน้ำแข็งไปในทันที

ชายชราผมขาวรวบรวมพลังทั่วร่างต่อต้านความหนาวเย็น “เจ้ากล้าก่อเรื่องในพื้นที่ของตระกูลจี้งั้นหรือ?”

“ก่อเรื่อง?” ผมยาวสยายของชายชุดดำพัดพริ้วในสายลมหนาวที่พัดกรรโชก ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน “อสูรอสรพิษตนนั้นคือบุตรของข้า บุตรที่ข้ารักมากที่สุด ข้าไม่เพียงแต่จะก่อเรื่อง ข้าจะทำลายเมืองเขตปกครองตะวันตก!”

เสียงตะโกนของชายชุดดำแปรเปลี่ยนเป็นเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนพื้นแผ่นดิน ร่างของเขากลับกลายเป็นอสรพิษเหินหาวขนาดยักษ์พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ปีกกว้างใหญ่กางออกบดบังดวงอาทิตย์ไปจนสิ้น ชาวเผ่าที่วิ่งหนีพากันแหงนหน้าขึ้นมองแล้วอุทานด้วยความสิ้นหวัง

“อสรพิษเหินหาว!”

ยามนี้ไม่มีผู้ใดหลงเหลือความคิดต่อสู้อีกต่อไป ตำนานของอสรพิษเหินหาวถูกเล่าขานมานับพันปี ไม่มีชนเผ่าใดในที่แห่งนี้ที่กล้าต่อกรด้วย

“พวกเจ้าทุกคนต้องตาย!”

ปากมหึมาของมันอ้ากว้าง สายลมเย็นยะเยือกสีดำเข้มพวยพุ่งลงครอบคลุมบริเวณทั้งหมด พื้นดินที่ถูกพัดปะทะโดยตรงบังเกิดการปริแตก บ้านเรือนพังพินาศย่อยยับ ชาวเผ่าที่หลงเหลือส่งเสียงไออย่างรุนแรงยกมือขึ้นกุมลำคอที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท แม้แต่เหล่าผู้มีฝีมือของชนเผ่าที่ทำการปิดกลั้นลมหายใจก็ยังคงถูกพิษร้ายแทรกซึมผ่านรูขุมขน เสียงคร่ำครวญและสาปแช่งดังระงมไปทั่วบริเวณ

“อสรพิษเหินหาว ตระกูลจี้จะล้างแค้นให้พวกเรา”

ในเวลาไม่นาน อาณาเขตของชนเผ่ามีดทองก็กลับกลายเป็นดินแดนแห่งความตาย สิ่งที่เคยเป็นร่างของชาวเผ่ามีดทองหากมิใช่กลายเป็นเศษน้ำแข็งที่หักสลายก็เน่าเปื่อยไปด้วยพิษร้าย ภายในรัศมีสิบกว่ากิโลเมตรโดยรอบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดรอดไปได้ กระทั่งแมลงพิษสักตัวก็ไม่หลงเหลือ

อสรพิษเหินหาวขยับปีกอันใหญ่โตช้าๆ ลอยตัวอยู่เหนือซากแห่งความพินาศ ตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีสัญญาณแห่งชีวิตใดอยู่ที่เบื้องล่างอีกจึงบินหายลับไปในท้องฟ้า

………

ความมืดโรยตัวลงปกคลุม ลมราตรีพัดเฉื่อยฉิว เมืองเขตปกครองตะวันตกอันกว้างใหญ่ทอดยาวออกไปสุดสายตา

เงาดำอันเจือจางข้ามผ่านแนวกำแพงเมืองหลบรอดการลาดตระเวนของนักรบเกราะดำไปได้อย่างง่ายดาย

“ลูกข้า เจ้าอยู่ที่ใด?” อสรพิษเหินหาวในร่างชายชุดดำเริ่มต้นค้นตัวเมืองเขตปกครอง

หลังจากที่ค้นหาจนทั่ว มันจึงต้องยอมรับความจริงอันน่าเจ็บปวด “สัตว์อสูรทั้งมวลล้วนถูกส่งเข้าไปคุมขังที่ตัวเมืองชั้นในที่มียอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติมากมายเฝ้ารักษา…”

ลอบเข้าเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง ลอบเข้าตัวเมืองชั้นในนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ตัวเมืองชั้นในเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกตระกูลจี้ การรักษาความปลอดภัยย่อมเป็นไปอย่างเข้มงวดสูงสุด

ชั่วครู่ให้หลัง

อสรพิษเหินหาวเหินบินอยู่เหนือตัวเมืองชั้นในของเขตปกครองตะวันตก อาศัยความสามารถพิเศษในการควบคุมวารีธาตุในอากาศสร้างเมฆหมอกขึ้นกำบังร่าง ลอบสอดส่องสำรวจพื้นที่เบื้องล่าง

………

เที่ยงคืนพ้นผ่าน

จี้หนิงสาวเท้าเข้าสู่วังมังกร วันนี้ครบกำหนดสามวันของการต่อสู้ในกรงที่เขาวางไว้ เหล่านักรบเกราะดำต่างรีบส่งเสียงทักทายทำความเคารพ พวกมันย่อมมิกล้าเพิกเฉยต่อว่าที่ผู้นำเขตปกครองในอนาคต

จี้หนิงตอบรับการทักทายพร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดี “นำสัตว์อสูรที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่มีออกมา”

“ไม่นานมานี้ ท่านเมิ่งหยูเพิ่งส่งสัตว์เทพอสูรมา กำชับว่าให้มอบแก่นายน้อย” นักรบแขนเดียวซึ่งเป็นหัวหน้าของนักรบที่อยู่เวรในคืนนี้รีบตอบ

“สัตว์เทพอสูร?” จี้หนิงทวนคำด้วยความพึงพอใจ “ประเสริฐ รีบนำมันออกมา”

เพียงไม่นานเหล่านักรบก็ฉุดลากสัตว์อสูรอสรพิษที่ถูกล่ามโซ่อย่างแน่นหนาออกมา มันส่งเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น

“ขู่คำรามไปเถิด เจ้าเข่นฆ่าและกินมนุษย์มามากมาย วันนี้ถึงคราวของเจ้าบ้างแล้ว” นักรบแขนเดียวกล่าวเสียงเย็นชาก่อนหันไปทางนักรบคนอื่น “ส่งมันเข้าไปในกรง เตรียมปลดพันธนาการ”

โซ่เส้นแล้วเส้นเล่าถูกปลดให้หย่อนลง อสรพิษยักษ์รีบสะบัดกายสลัดสายโซ่ที่พันรอบร่างลงสู่พื้น มันส่งสายตาอาฆาตไปยังนักรบแขนเดียวนอกกรงขังก่อนเลื้อยออกไปสู่ลานกว้างเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

ที่ลานกว้างภายในกรงต่อสู้ อสูรอสรพิษครีบแดงมองเห็นเงาร่างของเด็กหนุ่มในชุดขนสัตว์หยัดยืนอยู่เบื้องหน้า น้ำลายของมันไหลหยดออกจากปากมหึมา ในที่สุดมันก็พบอาหารอันโอชะที่โหยหา

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

Facebook Comment