+100%-

เล่มที่1 บทที่12: หกปีให้หลัง

Desolate Era เล่ม1: ตระกูลจี้แห่งเทือกเขานางแอ่น

บทที่ 12: หกปีให้หลัง

ภายในสนามฝึกซ้อม เด็กหนุ่มในชุดขนสัตว์ยืนกุมกระบี่ไร้คมสีดำในมือ รอบกายของเขารายล้อมไปด้วยนักรบร่างสูงใหญ่เก้านาย เหล่านักรบร่างสวมชุดเกราะ บ้างถือดาบ บ้างกวัดแกว่งกระบี่ บ้างคอนหอกยาว ล้วนเป็นศัสตราวุธที่ไร้คม

หลังจากฝึกหนักมาตลอดหกปี จี้หนิงอายุครบสิบปีดูไปสูงใหญ่จนแทบเทียบตัวเขาขณะวัยรุ่นในชาติภพที่แล้ว หน้าตาก็ละม้ายคล้ายเดิม อาจบางทีนี่เป็นดังคำโบราณที่ว่า ‘หน้าตาถือกำหนดจากจิตใจ’ หากจะมีสิ่งที่แตกต่างก็คงเป็นพลังชีวิตอันรุนแรงที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขาในชาติภพนี้

“ข้อตกลงยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่ว่าผู้ใดในพวกเจ้าหวดฟาดข้าได้ ทุกคนจะได้รับทองคำหนักเท่ากับหนึ่งหัวสัตว์ร้าย”

แว่วเสียงรับคำด้วยความยินดีจากนักรบทั้งเก้า

“นายน้อยระวังให้ดี”

“ฮาฮา ทองคำหนึ่งหัวสัตว์ร้าย พี่น้องทั้งหลายบุกเข้าไปโดยพร้อมเพรียง”

นักรบเหล่านี้ล้วนเป็น ‘นักรบเก้าคมเขี้ยว’ ซึ่งเป็นมือดีอันเข้มแข็งของตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตก นักรบเก้าคมเขี้ยวทุกคนล้วนต้องมีพลังบรรลุจุดสูงสุดของระดับธรรมชาติและผ่านการต่อสู้ใหญ่น้อยนับครั้งไม่ถ้วน

ทองคำหนึ่งหัวสัตว์ร้ายมีน้ำหนักเฉลี่ยราวห้ากิโลกรัม ทองคำถูกยอมรับให้เป็นมาตราแลกเปลี่ยนระหว่างชนเผ่าในโลกแห่งนี้ ทองคำหนักห้ากิโลกรัมมีมูลค่าไม่น้อย แม้แต่กับเหล่านักรบเก้าคมเขี้ยวก็ยังมีแรงดึงดูดใจเป็นอย่างสูง

แต่เหล่านักรบก็ยังไม่กล้าจู่โจมโดยหุนหัน ความแข็งแกร่งของจี้หนิงนั้นเป็นที่รู้กันทั่วในกองทัพตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตก เขามักซ้อมมือกับเหล่านักรบมือดีอยู่เสมอ ยามนี้แม้เหล่านักรบชั้นสูงเก้าคนลงมือโดยพร้อมกันก็ยังมิใช่งานอันง่ายดาย

ที่จริงหลังจากที่จี้หนิงฝึกปรือ ‘หนึ่งร้อยแปดกระบี่เทพอสูร’ จนถึงระดับที่จี้ยี่ฉวนตั้งเอาไว้ การฝึกกับหุ่นเหล็กดำก็เริ่มเป็นเรื่องไร้คุณค่าความหมาย เขาจึงได้รับอนุญาตจากบิดาให้ประลองกับเหล่าทหารและนักสู้มือดีในกองทัพ

นอกจากนี้บิดาของเขายังสั่งบังคับเป็นคำขาด

“ระหว่างที่ประลองฝีมือ เพียงอนุญาตให้เจ้าใช้กระบี่เล่มเดียว และเจ้าต้องจำกัดพลังให้ใช้ออกเพียงหนึ่งในสิบส่วน จดจำไว้กระบี่คู่เป็นไม้ตายของเจ้า ให้ใช้ได้แค่ในการฝึกกับข้าและมารดาของเจ้า หรือเมื่อต้องการปลิดชีวิตคู่ต่อสู้เท่านั้น”

ดังนั้น แม้ว่าจี้หนิงจะได้รับการยอมรับจากเหล่านักสู้ในกองทัพในฐานะยอดฝีมืออายุเยาว์ แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีใครรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา

………..

จี้หนิงยืนหยัดอย่างมั่นคงดุจขุนเขา ปล่อยให้นักรบเก้าคมเขี้ยวทั้งเก้าคนเดินวนรอบร่าง

นักรบศีรษะล้านเลี่ยนที่ถือหอกยาวพลันโถมเข้ามาทางด้านข้าง หอกยาวในมือฉกใส่ราวอสรพิษ จี้หนิงพลิกตัววูบ แทนที่จะถลันหลบกลับพุ่งสวนเข้าหา ขณะที่หอกยาวแทงเฉียดผ่านไปกระบี่ในมือก็กรีดจู่โจมใส่จุดอ่อนของผู้ใช้อาวุธยาว นักรบผู้นั้นก็มิใช่ชนชั้นธรรมดาตวัดเท้าเขี่ยวูบอย่างรวดเร็ว หอกยาวในมือกระดอนกลับมาฟาดใส่จี้หนิง ส่วนตนเองอาศัยแรงดีดสะท้อนล่าถอยกลับเข้าขบวนพลางส่งเสียงเตือน

“พี่น้องทั้งหลายระวังไว้ เมื่อครู่ข้าเกือบปราชัยในกระบวนท่าเดียว”

“หากยังหวังได้เงินรางวัล พวกเจ้าทุกคนจงบุกเข้ามาโดยพร้อมเพรียง” จี้หนิงกล่าวกระตุ้นขึ้น

นักรบทั้งเก้าก็ทราบสถานการณ์เป็นอย่างดี ไม่กวัดแกว่งเยื้องย่างลองเชิงอีกต่อไป ทั้งหมดสบตากันคราหนึ่ง ใช้ประสบการณ์อันช่ำชองชำนาญกำหนดรูปแบบการประสานงานอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งเข้าจู่โจมด้วยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุด

เงาดาบประกายกระบี่แลบลั่นกระแสลมจากท่าไม้เท้าเพลงหอกกรรโชกจากทุกทิศทาง จี้หนิงขยับกายวูบร่างกลับกลายเป็นเงาบางเบาหลุดพ้นจากการกลุ้มจู่โจม แว่วเสียงอาวุธปะทะกันเองดังสนั่น

ภายนอกดูเหมือนเขาหลบหลีกอย่างง่ายดายแต่ในใจจี้หนิงกลับสั่นสะท้าน ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียวเขาถูกบังคับให้ต้องพึ่งพาท่าร่างในการหลบเลี่ยง “นักรบเก้าคมเขี้ยวนับว่าร้ายกาจสมชื่อ หากมีเพียงห้าหรือหกคนข้ายังพอจะรับมือได้ แต่เมื่อมีถึงเก้าคนก็อาจโค่นข้าลงได้เช่นกัน”

ท่ามกลางแรงกดดันจากนักรบทั้งเก้า จี้หนิงถูกผลักดันให้ใช้เพลงกระบี่จนถึงขีดสุด ทันใดนั้นประสาทรับรู้ของเขายื่นขยายออกไป เขาสามารถสำนึกได้ถึง ‘ร่าง’ ของกระบี่ เขาสัมผัสได้ถึงสายลมที่พัดผ่านตัวกระบี่และแรงปะทะที่เกิดจากการฟาดฟันแต่ละครั้ง…

กระบี่ในมือจี้หนิงฟันประกบแล้วพุ่งเลียบตามใบดาบทหารม้า พลิกสะบัดจนดาบหลุดพ้นจากการควบคุมของผู้ใช้ จากนั้นปลายกระบี่กวาดกระแทกต่อไปยังทรวงอกของนักรบที่ใช้ดาบ นักรบผู้นั้นถูกกระแทกล่าถอยไปสองก้าว ไม่อาจยืนมั่นต้องทรุดกายลง

ประกายกระบี่ไม่ยั้งหยุดลง กรีดวาดเป็นวงโค้งอันงดงามหลบเลี่ยงจากด้ามหอกที่ยกขึ้นปิดสกัด ส่วนแบนของกระบี่ฟาดตบลงบนใบหน้าของนักรบศีรษะล้านจนฟันร่วงหลุดออกจากปาก

ห้วงเวลารอบกายของจี้หนิงเปลี่ยนเป็นเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับใบไม้แห้งที่หลุดปลิวในสายลมฤดูใบไม้ร่วง เพลงกระบี่ของเขากลับกลายเป็นนุ่มนวลแผ่วพริ้ว งดงามและเต็มไปด้วยรายละเอียดอันลึกล้ำ จากที่ต้องรับมือคู่ต่อสู้ด้วยความลำบากกินแรง เขาใช้กระบี่ในมือสยบยอดนักรบทั้งเก้าลงอย่างต่อเนื่อง

“ขอแสดงความยินดีกับนายน้อย”

“ยินดีด้วยที่นายน้อยบรรลุเพลงกระบี่ขั้น ‘คนกระบี่ร่วมประสาน’”

นักรบเก้าคมเขี้ยวล้วนมีสายตาแหลมคม ทั้งหมดใช้น้ำเสียงที่แตกตื่นกล่าวแสดงความยินดีกับจี้หนิง

เด็กหนุ่มอายุสิบปีผู้หนึ่งกลับบรรลุเพลงกระบี่ระดับเชี่ยวชาญสามารถเข้าสู่สภาวะคนกระบี่ร่วมประสาน หากนับคำนวณเพียงระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกปรือ นี่ยังรวดเร็วยิ่งกว่า ‘กระบี่พิรุณโปรย’ จี้ยี่ฉวนอีก!

“ฮาฮาฮา…” จี้หนิงลิงโลดเป็นอย่างยิ่ง ตลอดหกปีที่ผ่านมาไม่เคยมีวันไหนที่เขาไม่ฝึกฝนอย่างหนัก บางครั้งรับการชี้แนะจากบิดา บางคราประลองกับเหล่ามือดี ทุกกระบวนท่าล้วนผ่านการทบทวนใช้ออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนฝังลึกเข้าไปในร่างกายและจิตวิญญาณ จี้หนิงในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นกายาเทพอสูรหรือพลังปราณในร่างล้วนฝึกปรือจนถึงจุดสูงสุดของระดับธรรมชาติ

และที่สุดแล้วด้วยผลแห่งการเคี่ยวกรำตนเองผ่านการฝึกฝนและการประลอง เขาก็สามารถบรรลุถึงขั้นคนกระบี่ร่วมประสานในที่สุด

“วันนี้เป็นเพราะความช่วยเหลือจากพวกเจ้าทั้งหลาย ข้าจึงทะลวงผ่านระดับเชี่ยวชาญได้ ถึงแม้ข้าจี้หนิงจะไม่ได้มีเงินทองมากมายนัก ข้ายังจะขอกำนัลทองคำหนึ่งหัวสัตว์ร้ายให้กับทุกคน”

“ขอบคุณนายน้อย” นักรบเก้าคมเขี้ยวหันมองหน้ากันแล้วกล่าวโดยพร้อมเพรียง

นักรบเก้าคมเขี้ยวล้วนมีเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเอง หากวันนี้ทั้งหมดเพียงพ่ายแพ้ย่อมมิอาจบากหน้ารับรางวัล แต่เมื่อสามารถช่วยให้นายน้อยจี้หนิงทะลวงผ่านระดับการฝึกขั้นสำคัญ ทั้งหมดย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

ชุนเฉาและชิวเยี่ยสองสาวใช้ที่ยืนดูอยู่ในที่ห่างออกไปพากันนำทองคำออกมาแจกจ่ายให้แก่เหล่านักรบที่น้อมรับด้วยความยินดี ทั้งสองล้วนเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มภาคภูมิ จะอย่างไรพวกนางต่างเห็นด้วยตาตนเองว่าจี้หนิงต้องแบกรับการฝึกฝนที่หนักหนาเพียงใดตลอดหกปีที่ผ่านมา

ตอนนี้หญิงรับใช้ผู้งดงามทั้งสองมีอายุยี่สิบปีแล้ว ตามธรรมเนียมของชนเผ่าทั้งคู่ล้วนนับเป็นสตรีของจี้หนิง ในสายตาของทั้งคู่จี้หนิงเป็นดั่งโลกทั้งใบของพวกนาง เมื่อเห็นจี้หนิงประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ พวกนางไหนเลยไม่ลิงโลดยินดีได้

“ชุนเฉา ชิวเยี่ย ตามข้ามา” จี้หนิงเบิกบานใจจนถึงขีดสุด

เขาใช้เวลาสองปีในการฝึกพื้นฐานร่างกายและจิตใจจนบิดายอมรับและถ่ายทอด ‘หนึ่งร้อยแปดกระบี่เทพอสูร’ ให้ ใช้เวลาอีกหนึ่งปีในการบรรลุขั้นพื้นฐานและได้รับอนุญาตให้ประลองฝีมือกับผู้อื่น จากนั้นมาเป็นเวลาอีกสามปี ในที่สุดเขาก็สามารถรุดหน้าขึ้นอีกขั้น สิ่งที่เขาต้องการที่สุดตอนนี้คือการกลับไปบ้าน เพื่อเล่าเรื่องราวความสำเร็จของเขาให้บิดามารดารับฟัง

………..

เสียงขู่คำรามอันเกรี้ยวกราดและเสียงย่ำกีบเท้าก้องกังวานไปทั่วหุบเขาลึก

นับรบเกราะดำนับร้อยควบขับสัตว์ร้ายขนดกหนาที่มีเขี้ยวและนอแหลมคมวิ่งตะบึง ทุกนายสวมชุดเกราะสีดำที่หนาหนักประดับด้วยเขี้ยวกระดูกดูน่าเกรงขาม

ทันใดนั้นบรรดานักรบต่างหันหน้าไปยังทิศทางเดียวกัน เห็นภูเขาที่อยู่ห่างไปไม่ไกลทั้งลูกกลับกลายเป็นสีแดงฉาน เถ้าควันประทุพลุ่งออกจากทุกถ้ำโพรง เงาร่างมนุษย์ที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสายหนึ่งเดินย่ำหินหลอมเหลวที่ทะลักล้นออกมา

เงาอัคคีสายนั้นเหินร่อนขึ้นฟ้าก่อนทิ้งตัวลงยังเบื้องหน้าของเหล่านักรบ ผู้มาเป็นชายชราผมแดงเพลิงห้อยอสรพิษเป็นต่างหู บนไหล่บ่ายังแบกไว้ด้วยสัตว์ร้ายสีน้ำตาลไหม้ที่มีเกล็ดปกคลุมทั่วตัว

“นายท่าน” นักรบเกราะดำนับร้อยต่างส่งเสียงทำความเคารพชายชราโดยพร้อมเพรียง

‘เทพอัคคี’ จี้หลี่หัวเราะดังก้อง “ไม่คิดเลยว่าการมาล่าสัตว์ครั้งนี้ยังมีโชคไม่เลว สามารถจับ ‘มังกรเกราะ’ ที่ใกล้จะบรรลุระดับเหนือธรรมชาติได้ตัวหนึ่ง เมื่อกลับไปข้าคงต้องเลี้ยงดูมันให้ดี”

“นายท่าน นายท่าน” สัตว์อสูรบินได้ขนสีฟ้าร่อนทะยานจากฟ้าลงสู่พื้น ชายหนุ่มในเสื้อหนังสัตว์กระโดดลงจากหลังสัตว์อสูร คุกเข่าลงกล่าวรายงาน “เรียนนายท่าน มีข่าวมาจากทางเขตปกครอง”

“ว่ามา” จี้หลี่ขมวดคิ้ว

“จี้หนิงบุตรของจี้ยี่ฉวนสามารถเข้าสู่ขอบเขตคนกระบี่ร่วมประสานแล้ว”

จี้หลี่จ้องมองพลนำสาร ร่างสั่นไปด้วยโทสะ อัคคีบนร่างดูจะโหมลุกร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

มังกรเกราะในมือจี้หลี่พลันกลับกลายเป็นเงารางๆปลิวลิ่วไปทางหุบเขาห่างออกไป ในเสียงระเบิดดังสะเทือนเลื่อนลั่นสัตว์ร้ายที่น่าสมเพชโดนการทุ่มเหวี่ยงด้วยโทสะของจี้หลี่ปลิวกระแทกเข้ากับหินผากลายสภาพเป็นกองเลือดเนื้ออันเลอะเลือน

“กลับ!” จี้หลี่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันระงับโทสะอยู่ชั่วขณะจึงสามารถออกคำสั่งถอนกำลัง

นักรบเกราะดำรีบส่งเสียงรับคำสั่ง ในภาวะและเวลาเช่นนี้ย่อมไม่มีใครกล้าชักช้าล้าหลัง ยิ่งไม่มีใครกล้าแตะต้องซากที่เสียเปล่าของมังกรเกราะ

จี้หลี่ควบขี่สัตว์ร้ายนำขบวนนักรบเกราะดำออกจากหุบเขา ทอดทิ้งซากของมังกรเกราะที่ยังปรากฏเลือดหยดหยาดลงมาอยู่เบื้องหลัง

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

Facebook Comment