+100%-

เล่ม 1 : บทที่ 3 – อาจารย์ของข้า

รับการแจ้งเตือนการอัพเดทก่อนใครที่แฟนเพจครับ
https://www.facebook.com/Child.of.Light.TH

==================================

เล่ม 1 : บทที่ 3 – อาจารย์ของข้า

ความรู้สึกแห่งความสำเร็จ ข้ากลับบ้านไปและเห็นแม่เตรียมอาหารเย็นอยู่

“ลูกกลับมาแล้ว! ที่โรงเรียนวันนี้เป็นเด็กดีไหม?”

“ต้องดีอยู่แล้ว! แม่วันนี้ข้าเลือกธาตุหลักและธาตุรองที่ต้องการเรียนแล้ว”

“อ๋า มาเร็วที่รัก ลูกของเราเลือกธาตุหลักและธาตุรองแล้ว!”

“จริงเหรอเจ้าลูกชาย เลือกเวทลมใช่ไหม?”

ได้ยินดังนั้นพ่อจึงรีบวิ่งเข้ามา

“แน่นอนว่าไม่ใช่ ลูกชายของพวกเราจะต้องเลือกเรียนเวทน้ำแน่นอน ใช่ไหมจ้ะลูก?”

แม่มองข้าด้วยสายตามที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

แม่ของข้าเป็นนักเวทธาตุน้ำขั้นกลาง และพ่อของข้าก็เป็นนักเวทธาตุลมขั้นกลาง ตั้งแต่ที่ข้าเกิด พวกเขามักจะเถียงกันเรื่องธาตุที่ข้าจะเลือกเรียนเป็นธาตุหลัก

เมื่อเห็นสายตามที่เปี่ยมไปด้วยความหวังแล้ว.. อ๋า จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ข้าลืมไปหมดแล้ว สมองอันน้อยนิดของข้ากำลังหาคำตอบอย่างเร่งด่วน

“ไม่ ไม่ใช่ทั้งนั้น ธาตุหลักที่เลือกเรียนนั้นไม่ใช่ทั้งธาตุลมและธาตุน้ำ”

“อะไรนะ?” ทั้งสองคนมองมาที่ข้าอย่างแตกตื่น

“ถ้างั้นลูกเลือกอะไรกันล่ะ ธาตุดินหรือว่าธาตุไฟ? จะอย่างไหนมันก็ไม่น่าจะเหมาะกับลูกนะ ทำไมไม่ปรึกษาพ่อหรือแม่เกี่ยวกับการเลือกธาตุ เดือนนี้ทั้งเดือนอดค่าขนมไปเถอะ!”

“ลูกอยากจะโดนตีด้วยไหม!?” พ่อพูดด้วยสายตาข่มขู่

“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น แม่ พ่อ อย่าเพิ่งโมโหสิ ข้าไม่ได้เลือกธาตุไฟหรือธาตุดิน แต่เลือกธาตุแสง และเลือกเพราะมันมีประโยชน์กับพวกท่าน!”

“อะไรนะ? เป็นเพราะพวกเรา?”

“ใช่ เป็นเพราะพวกท่านทั้งคู่ แต่มันก็เพื่อความสมานฉันท์ของครอบครัวเรา ลองคิดตามนะครับ ถ้าข้าเลือกธาตุน้ำ พ่อก็จะโมโห ถ้าเลือกธาตุลม แม่ก็จะต้องฆ่าลูกชายคนนี้เป็นแน่ ดังนั้นก็เลยไม่เลือกทั้งสอง เวทไฟและเวทน้ำของแม่ต่างก็เป็นคู่ปรับกัน ดังนั้นเพื่อความอ่อนโยนและความงดงามของแม่ ข้าจึงไม่เลือกมัน เวทดินและเวทลมของพ่อก็ไม่ถูกกันโดยธรรมชาติ ดังนั้นเพื่อความหล่อเหลา งดงามและทรงพลังของพ่อ ข้าจึงไม่เลือกมันเช่นกัน ดังนั้นก็เลยเลือกเวทแห่งแสงที่ไม่ได้เป็นปรปักษ์กับใครในครอบครัว เป็นเพราะข้าคิดเสมอที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุข นั่นเป็นเหตุผลที่เลือก!”

ทุกคำพูดที่ได้พูดออกไปทำเอาพ่อกับแม่น้ำตาซึม

พวกเขามองมาทางนี้ด้วยท่าทางสะอื้น แม่ได้เข้ามาสวมกอดข้าเอาไว้

“จางกงของเราเป็นลูกที่ดีจริง ๆ ที่ทำไปก็เพื่อพวกเราที่เป็นครอบครัว”

พ่อก็เข้ามาสวมกอดพวกเราเช่นกัน ข้าชอบบรรยากาศของความรักและความสมานฉันท์เช่นนี้ แต่ข้าไม่ชอบพวกไร้เหตุผลที่สวมหมวกสูงแล้วรวมตัวกันทำอะไรโง่เง่ายิ่งนัก

“จางกง ในอนาคตลูกจะต้องเรียนอย่างหนัก และจะต้องไปถึงระดับนักเวทขั้นสูงให้ได้!”

“แน่นอน ข้าจะไม่ทำให้พ่อและแม่ต้องผิดหวัง”

แม่มองมาแล้วดูเหมือนว่าจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จางกง เวทแห่งแสงขั้นต้นและขั้นกลางไม่มีเวทโจมตีสินะ มันหายากนะที่จะมีคนเรียนเวทแห่งแสง”

“ไม่ต้องกังวล ท่านทั้งสองมั่นใจได้เลยว่าข้าจะต้องเป็นนักเวทขั้นสูงได้แน่”

เพราะว่าข้านั้นเป็นอัจฉริยะ ถ้าข้าต้องการทำงานหนัก ก็คงไม่เลือกเรียนเวทแห่งแสงหรอก ฮ่าๆ ตอนนี้จำเป็นต้องหลอกพวกเขาไปก่อนเพื่อไม่ให้กังวล

“ดีแล้ว มากินแล้วฉลองให้กับการเลือกของจางกงกันเถอะ”

เป็นคืนที่เงียบสงบยิ่งนัก

วันต่อมาในตอนเช้าที่มีดวงตะวันและแม่มาคอยเรียก ข้ากินข้าวเช้านิดหน่อยแล้วซักพักเอ้าเตอก็มา

“จางกง ได้เวลาไปเรียนแล้ว วันนี้ชั้นเรียนของพวกเราจะถูกแบ่งแล้วนะ”

“อื้อ ไปกัน!”

มันก็เหมือนวันที่ผ่านมา เราก้าวเข้าไปในชั้นเรียน

แล้วแม่มดเฒ่าก็ตามเข้ามา

“เงียบกันได้แล้วนักเรียน พวกเราจะเริ่มแบ่งชั้นเรียนแล้วนะ เดิมพวกเรามีห้าชั้นเรียน ทุกคนได้เลือกธาตุหลักและธาตุรองกันเพื่อเรียนเรียบร้อยแล้ว ทั้งห้าชั้นเรียนจะเป็นชั้นเรียนใหม่แบ่งไปตามธาตุที่เลือก สามชั้นเรียนเป็นธาตุไฟ สองชั้นเรียนเป็นธาตุน้ำ สองชั้นเรียนสำหรับธาตุลม และหนึ่งชั้นเรียนสำหรับธาตุดิน ตอนนี้ครูจะประกาศชั้นเรียนที่พวกเธอจะต้องไปเข้าเรียน ได้ฟังชื่อตัวเองแล้วก็รีบไปยังชั้นเรียนที่บอกด้วยล่ะ”

เป็นไปไม่ได้ ทำไมถึงไม่มีชั้นเรียนธาตุแสงกันล่ะ? เครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่กำลังเด่นชัดในใจข้า

“ถังตี้ ห้องหนึ่งธาตุไฟ, ลี่ชา ห้องหนึ่งธาตุไฟ… เอ้าเตอ ห้องสองธาตุน้ำ…”

ยกเว้นข้า ทุกคนในชั้นเรียนได้รับการระบุชั้นเรียนที่พวกเขาต้องไปเข้าทีละคน หลังจากที่นักเรียนคนสุดท้ายออกไปจากห้อง

“จางกง ตามครูมาเพื่อไปพบอาจารย์ของเธอ ตั้งแต่ที่นักเวทธาตุแสงทั้งโลกเหลือเพียงแค่สิบคน ทางโรงเรียนได้คัดสรรอาจารย์โดยเฉพาะให้เธอเพื่อได้เรียน”

โอ้! การสอนโดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษจะต้องเป็นอาจารย์เจ้าอารมณ์เป็นแน่ ความตายของข้าช่างเด่นชัดยิ่งนัก ระหว่างที่กำลังคิด ข้าได้เดินไปพร้อมกับแม่มดเฒ่าเพื่อไปยังชั้นเรียน

มาถึงห้องพักครูที่อยู่บนชั้นสาม ที่นี่ไม่ใช่ห้องของผู้อำนวยการหรอกเหรอ?

“มานี่จางกง เข้าไปข้างในเร็ว” แม่มดเฒ่าเห็นข้าลังเลเลยดึงเข้ามา

“โอ้ ดีมากเลยอาจารย์”

เข้ามาในห้องผู้อำนวยการ ก็ได้เห็นผู้อำนวยการอยู่หลังโต๊ะทำงานหลังใหญ่กำลังส่งยิ้มมาให้

“อาจารย์ลิน นี่คือจางกงที่เลือกธาตุแสงในชั้นเรียนของคุณงั้นเหรอ? มาให้ข้าแนะนำตัวเองหน่อย ข้าคือนักเวทผู้ยิ่งใหญ่ที่มีธาตุหลักคือเวทมิติและธาตุรองคือแสง ชื่อของข้าคือ ฉีอวี้เชียว เรียกข้าว่าอาจารย์เชียวก็ได้”

ตาข้ามองไปที่มือของผู้อำนวยการ อ๋า เขาจะมาเป็นอาจารย์ของข้างั้นเหรอ? ชายแก่อายุ 50 ปี? มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาสวมเสื้อนักเวทสีม่วงสะอาดสะอ้านที่มีพลังงานกำลังสั่นอยู่โดยรอบ ที่หน้าอกของเขามีตรานักเวทสี่ดาว (ระดับของนักเวทสามารถแบ่งออกได้โดยระดับดาวบนตรา ยิ่งดาวมากก็ยิ่งมีตำแหน่งสูงส่ง ในขณะที่พวกนักเวทฝึกหัดไม่มีดาว) มีใบหน้าที่ดูจริงจัง โดยรวมแล้วทำให้ข้าสัมผัสได้ถึงลางไม่ดีซักเท่าไหร่

“สวัสดีอาจารย์เชียว โปรดดูแลจางกงด้วย”

“อาจารย์ลิน ไม่ต้องมากมารยาทไป”

“เจ้าคือจางกงสินะ เฮ้ เจ้าจะต้องได้รับการศึกษาอย่างถูกต้องโดยข้า ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าข้านั้นเข้มงวด ข้าหวังว่าเจ้าจะเรียนอย่างหนักให้สมกับที่ข้าลงมือลงแรงสอนให้นะ”

ข้าจะพูดอะไรได้? ดวงตาของข้าปราศจากความหวังแล้ว ข้าจะมองข้ามเรื่องพวกนี้ได้? ข้าตกเป็นผู้ถูกกระทำ! น่าอนาถยิ่งนัก! พระผู้สร้างทำไมท่านถึงทำกับข้าเช่นนี้!

“ขอบคุณมากท่านอาจารย์ ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

ดูเหมือนว่าตอนนี้ข้ากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ระหว่างทางกลับบ้าน เอ้าเตอถามข้าว่าอาจารย์ของข้าเป็นใคร ในขณะที่ต้องรักษาหน้าไว้ ก็ต้องโอ้อวดไปว่าเป็นอาจารย์แสนดี เอ้าเตออิจฉาเป็นอย่างมากเนื่องจากชั้นเรียนของเขามีอาจารย์ที่ดูค่อนข้างดุร้ายเป็นอย่างมาก มันจะเลวร้ายไปกว่าอาจารย์เชียวงั้นเหรอ? ข้าทำได้เพียงแค่ภาวนาให้อาจารย์เชียวได้รับบาดเจ็บในคืนนี้จนไม่อาจมาสอนข้าได้

ในขณะที่อาจารย์เชียวกำลังทานมื้อเย็น เขาจามออกมาและครุ่นคิดว่า ‘ใครกำลังแช่งข้า?’

หลังจากนี้ประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้ว่า ฉีอวี้เชียว (อาจารย์เชียว) แสดงให้เห็นว่า ถ้าไม่มีนักเวทผู้ยิ่งใหญ่ฉีอวี้เชียวเป็นผู้สร้างรากฐานของบุตรแห่งแสงสว่างเมื่อครั้งที่เขายังเยาว์วัย ก็คงจะไม่มีบุตรแห่งแสงที่พวกเรารู้จักอยู่นี้

การวางรากฐานอันแข็งแกร่งนี้ส่งผลให้มหาจอมเวทที่รู้จักกันในนาม บุตรแห่งแสง ต้องตัวสั่นกับชื่อฉีอวี้เชียวแม้จะผ่านไปสามสิบปีแล้วก็ตาม

 

 

 

Facebook Comment