+100%-

เล่ม 1 : บทที่ 2 – เลือกธาตุแสง

รับการแจ้งเตือนการอัพเดทก่อนใครที่แฟนเพจครับ
https://www.facebook.com/Child.of.Light.TH

==================================

เล่ม 1 : บทที่ 2 – เลือกธาตุแสง

ง่ำ ง่ำ

ข้ารีบกินอาหารเช้าให้เต็มปากแล้วออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียนอย่างเร่งรีบ

“เร็วเข้า ลูกจะไปสายไม่ได้นะ ไม่เช่นนั้นอาจารย์จะต้องเกิดความประทับใจอันยอดแย่กับเจ้าแน่ ต้องสนใจการเรียนเวทให้ดี! ใส่ใจเวลาอยู่บนถนนและกลับบ้านทันทีหลังจากเลิกเรียน!”

แม่ช่างน่าอัศจรรย์ สามารถพูดคำพวกนี้ได้ทุกวัน มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับข้าที่จะไม่รู้ถึงความห่วงใยจากหัวใจ อย่างไรก็ตามความใส่ใจนี้ทำให้ใจข้ารู้สึกอบอุ่น

ชื่อของข้าคือจางกง ปีนี้อายุ 7 ปี และได้อาศัยอยู่ในเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอาณาจักรไอเซียที่ซึ่งไร้พรมแดนทะเล ในหมู่บ้านเล็กๆ ข้างเมืองเซินเค่อ ด้วยความที่ครอบครัวของข้านั้นค่อนข้างจะมีฐานะ พ่อและแม่จีงหวังเป็นอย่างยิ่งในตัวข้า จึงได้พาเข้าไปเรียนที่โรงเรียนเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานซุนเค่อเพื่อเรียนเวทมนตร์ ในตอนนี้ข้านั้นอยู่ในระดับชั้นที่สามแล้ว ตั้งแต่ยังเด็กข้ามักจะแสดงให้เห็นว่าสนใจในเวทมนตร์ แต่ว่าข้านั้นเป็นคนที่ขี้เกียจโดยธรรมชาติ เป็นเวลากว่าสองปีที่ได้เรียนเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานและทฤษฎีเวทมนตร์ทั่วไป

วันนี้เป็นวันที่จะต้องบอกอาจารย์ว่าจะเลือกธาตุเวทมนตร์อะไร ซึ่งมันจะเป็นตัวกำหนดว่าจะต้องไปเข้าชั้นเรียนไหน (นักเวทคนหนึ่งจะเลือกธาตุหลักและธาตุรองได้ พวกเขาจะมีหนึ่งธาตุหลักเพื่อมุ่งมั่นฝึกฝนและสามธาตุรองเพื่อส่งเสริมธาตุหลัก)

ข้าจะเลือกอะไรงั้นเหรอ? ข้าชอบเวทไฟ แต่ว่ามันค่อนข้างจะดูอันตราย คติประจำใจข้าคือ ปลอดภัยไว้ก่อน มันค่อนข้างน่าสับสนจริงๆ จะเลือกอะไรดี? เวทใดกันที่มันปลอดภัยที่สุด?

คิดอยู่ซักพัก

ใช่แล้ว เวทแสงไงล่ะที่ดูปลอดภัยที่สุด เมื่อก่อนอาจารย์เคยบอกแล้วว่ามันไม่มีเวทโจมตีจนกว่าจะถึงชั้นเรียนขั้นสูง โดยพื้นฐานแล้วมันเป็นเวทป้องกันและรักษาและข้าจะได้ไม่ต้องรับมือกับคนอื่นๆ

ใช่แล้ว ข้าเลือกนี่แหละ (เนื่องจากว่าอาณาจักรไอเซียนั้นต้องการส่งเสริมเวทมนตร์ นักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนเวทจะต้องรับการทดสอบเพื่อที่จะเพิ่มเติมประสบการณ์และยืนยันถึงระดับพลังเวท อย่างไรก็ตามเป็นเพราะว่าพวกเราเป็นพวกนักเวทขั้นต่ำ จึงไม่มีใครต้องการที่จะมาทดสอบกับพวกนักเวทขั้นต่ำในตอนนี้ โดยปกติพวกเขาจะเริ่มการทดสอบที่ปี 5 หรือโรงเรียนเวทมนตร์ขั้นกลาง)

ข้านี่ฉลาดจริง! แล้วเวทรองจะเลือกอะไรดีล่ะ? อาจจะเลือกเวทลมและเรียนพวกเวทระเบิดอากาศ (เวทหลักของธาตุลม) หรืออะไรทำนองนั้น สิ่งนี้จะช่วยให้หลบหนีจากอันตรายได้อย่างรวดเร็ว

เดี๋ยวก่อน ไม่ ไม่ เวทลมเร็วก็จริงแต่ว่ามันไม่ได้ช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวในพริบตา แม่เคยบอกว่าพวกนักศึกษาเวทสายมิตินั้นจะสามารถเทเลพอตได้ระยะราวสิบกิโลเมตร (และเขายังเป็นเพียงแค่นักศึกษาเวท!) เวทสายมิตินี่มันดีจริงๆ เลือกมันนี่แหละ!

หลังจากที่จมลึกอยู่ในความคิด ข้าไม่อาจทำอะไรได้นอกจากหายใจเฮือกใหญ่

พวกชนรุ่นหลังจะต้องสรรเสริญระบบแห่งแสงของมหาจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่จางกงเว่ย บุตรแห่งแสงสว่าง

อีกไม่นานจางกงเว่ยจะต้องทรงพลังและมีชื่อเสียงไปทั่ว โชคชะตาไม่อาจหลีกพ้น การเลือกเวทแสงของเขาคือโชคชะตาที่จะทำให้ชื่อเสียงกระจายไปทั่วทวีป (นี่ยังไม่พูดถึงเวทมิติที่เขามักจะใช้หลบหนี)

ข้าเดินอย่างสุขใจเข้าไปในเมืองและวาดฝันถึงชีวิตอันสวยงาม ข้าไม่อาจห้ามใจให้หัวเราะเพราะความสุขได้จริงๆ

“จางกง!”

“น่ารำคาญน่าเอ้าเตอ เจ้าทำให้ข้าตกใจนะ!”

เขาเป็นเป็นทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมชั้นของข้า

“เจ้าจะเลือกธาตุอะไรงั้นเหรอ?”

“เลือกธาตุแสงสำหรับธาตุหลัก และเวทมิติสำหรับธาตุรอง”

“ฮ่าฮ่า สมกับเป็นเจ้าจริงๆ”

“เจ้ารู้ได้ไง! ทำไมเจ้าไม่ถามว่าเพราะอะไรข้าถึงเลือกสองอย่างนี้”

เอ้าเตอทำให้ข้าตกใจจริงๆ

“แน่นอน เพราะคติประจำใจเจ้าคือ ‘ปลอดภัยไว้ก่อน’ ยังไงล่ะ”

“ชิ เจ้าพูดถูก แล้วเจ้าจะเลือกอะไรล่ะ?”

“ข้าจะเลือกธาตุน้ำเป็นธาตุหลัก และเวทมิติเป็นธาตุรอง!” เอ้าเตอพูดพร้อมยืดอกโดยมีความภูมิใจแสดงอยู่บนใบหน้า

“ข้าเข้าใจว่าทำไมเจ้าถึงเลือกเวทมิติ (แน่นอนว่าเหตุผลต้องเหมือนข้า) แต่ว่าทำไมเจ้าถึงเลือกธาตุน้ำกันล่ะ?”

“เจ้าไม่เข้าใจหรอก” เอ้าเตอพูดพร้อมวางท่าเป็นผู้ใหญ่

“เร็วเข้า บอกข้ามาได้แล้ว”

“เพราะหญิงสาวมากมายเลือกธาตุน้ำ! นั่นหมายความว่าโดยปกติไม่มีผู้ชาย ข้าจะรังแกพวกนั้นแล้วยึดขนมมาเป็นของข้าได้ ฮ่าๆ”

“เจ้าเด็กน้อยนี่นิสัยเสียยิ่งนัก ข้าจะไปฟ้องพ่อเจ้า”

ข้าชูมือขึ้นสูง แต่ว่าข้าคิด.. คิดได้ว่าธาตุน้ำนั้นมีผู้หญิงมากกว่า หลังจากที่เข้าโรงเรียนเวทมนตร์ขั้นกลางถ้าเขายังคงรังแกผู้หญิง คงต้องมีโศกนาฏกรรมตามมาเป็นแน่

พี่ใหญ่ของหมู่บ้านนี้ถูกตบตีอย่างโหดร้ายเมื่อครั้งที่พยายามรังแกหญิงงามในโรงเรียน เอ้าเตอจะต้องเป็นทุกข์เมื่อโตขึ้นเป็นแน่ คิดได้แบบนั้นแต่ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ว่าข้าก็มองเอ้าเตอด้วยความสงสัย

“มาเรียนเวทธาตุน้ำกับข้า!”

เป็นเพราะไม่ต้องการให้ข้าไปฟ้องพ่อของเขา เขาเลยต้องมาลากข้าไปด้วย!

“ไม่ล่ะ แค่ตอบแทนข้าเป็นอย่างดีในอนาคตแล้วข้าจะไม่ฟ้องพ่อเจ้า ตกลงไหม?”

“ได้ ไม่มีปัญหา”

“พวกเรากำลังไปโรงเรียนนะ เร็วเข้า พวกเราใกล้จะสายแล้ว”

โรงเรียนเวทมนตร์ขั้นต้น ซุนเค่อ เป็นโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแห่งนี้ มีพื้นที่ราวสองหมื่นตารางเมตรและมีพื้นที่ฝึกฝนมากมายพร้อมด้วยอาคารหลายคณะ เอ้าเตอและข้าอยู่ชั้นเรียนที่ 3-4

“ดีนะที่เราไม่ได้มาสาย ไม่งั้นแม่มดเฒ่าคงต้องลงโทษพวกเราแน่” เอ้าเตอพึมพำให้ข้าฟัง

“เงียบน่า แม่มดเฒ่ากำลังมาแล้ว (แน่นอน แม่มดเฒ่าคืออาจารย์ประจำชั้นของเรา เป็นนักเวทไฟอายุประมาณ 50 ปี อาจารย์ลิน เธอเข้มงวดมากและเป้นผู้หญิงที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ นั่นคือเหตุผลที่ข้าและเพื่อนร่วมชั้นตั้งชื่อเล่นให้นางว่า ‘แม่มดเฒ่า’)”

“อรุณสวัสดิ์นักเรียน”

“อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ อาจารย์”

เมื่อแม่มดเฒ่าเข้ามาถึงกับทำให้ห้องเงียบได้ เป็นเพราะไม่กล้ามีใครยุ่งกับหุบเขาไฟเก่าที่พร้อมจะระเบิด

“นักเรียนทุกคนได้คิดเกี่ยวกับการเลือกธาตุมาแล้วใช่ไหม?”

“เลือกได้แล้วครับ/ค่ะ”

“ดี ออกมาหน้าชั้นแล้วก็ลงทะเบียนได้เลย”

เมื่อถึงคราวข้าลงทะเบียน แม่มดเฒ่ามองมาที่ข้าและพูดออกมา “เลือกธาตุแสงเป็นธาตุหลักงั้นรึ?”

“ใช่ ข้าเลือกมันถูกแล้วอาจารย์”

“เจ้าทราบหรือไม่ว่าในอาณาจักรแห่งนี้ใครก็ตามที่เลือกธาตุแสงเป็นธาตุหลักมักจะเป็นเหล่าผู้เชี่ยวชาญหรือนักบวชที่ใช้สำหรับพลังรักษา”

“อะไรนะ? ทำไมเป็นอย่างนั้น? ข้าไม่รู้!”

ย้อนกลับไปเมื่อสองร้อยปีก่อน ครั้งที่ทวีปทั้งสองกำลังห้ำหั่นกัน มีมนุษย์มากมายเรียนเวทแสง เพราะเวทแสงเป็นจุดอ่อนของเผ่าปีศาจ ในสงครามนักเวทแสงขั้นกลางมีสองหน้าที่หลัก เวทแสงขั้นกลางจะมีไว้เพื่อรักษาบาดแผลที่เกิดจากเผ่าปีศาจ เวทแสงและเวทความมืดก็มีประโยชน์ที่สองเช่นกัน แต่ว่าในเวลานี้ที่ผ่านมาสองร้อยปีแล้ว สองร้อยปีแห่งความสงบสุขปราศจากสงคราม ผู้คนได้อาศัยอยู่อย่างสงบสุข

ดังนั้นเวทแห่งแสงในตอนนี้จึงค่อนข้างไร้ประโยชน์ ในขณะที่ถ้าเปรียบเทียบกับการฝึกเวทน้ำ ไฟ ดิน และลม เวทแห่งแสงนั้นจะดูธรรมดาไปเลย นอกจากนี้ในการศึกษาเวทแห่งแสงขั้นกลาง เวทเกือบจะทั้งหมดมีไว้สำหรับการป้องกันและรักษา

ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกสิ่งที่ชอบจากธาตุดิน น้ำ ลม หรือไฟ เป็นธาตุหลัก และถึงแม้จะด้อยกว่าเวทแห่งแสงเล็กน้อย แต่เวทน้ำก็ใช้ในการรักษาได้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเวทน้ำมีสายโจมตีและป้องกันในอัตราส่วนที่มากกว่า แม้แต่เด็กผู้หญิงที่ต้องการจะเรียนการรักษาก็ยังยอมแพ้ที่จะเลือกธาตุแสงหันไปเลือกธาตุน้ำแทน มีเพียงแค่พวกรักสันติสุขอย่างนักบวชเท่านั้นที่จะเลือกธาตุแสงเป็นธาตุหลัก

กับเด็กเจ็ดขวบอย่างข้า แน่นอนว่าไม่รู้เรื่องพวกนี้ หลังจากที่อาจารย์อธิบายออกมา ข้าบอกเธอว่าคติประจำใจของข้าคือ ‘ปลอดภัยไว้ก่อน’ และนั่นทำให้ข้าเลือกเวทแห่งแสง

“ก็ดี นักเรียนทุกคนได้เลือกธาตุกันเรียบร้อยแล้ว มันก็เร็วไปที่วันนี้จะเลิกเรียน พรุ่งนี้พวกเธอจะได้แบ่งชั้นเรียนตามธาตุที่เลือก”

เย้ เลิกเรียน!

และแล้วการเรียนเวทแห่งแสงของบุตรแห่งแสงก็เริ่มต้นขึ้น อะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เราจะได้รู้กันในไม่ช้า

 

 

Facebook Comment