+100%-

บทที่ 89

บทที่ 89

_____ควรทราบก่อนว่า ช่วงที่รัฐบาลยังไม่ได้ครอบครองดาวเคราะห์ดวงใหม่อย่างสมบูรณ์ ดาวเคราะห์ดวงนั้นจะยังคงเป็นของสาธารณะ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์จากที่นั่นได้ตามใจชอบ แน่นอนว่า จะต้องแลกด้วยชีวิตของตนหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง… ในสถานการณ์ที่ไม่มีรัฐบาลคอยควบคุมดูแล ดาวเคราะห์ดวงนั้นแทบไม่ต่างจากสังเวียนขนาดมหึมา หากผู้อ่อนแอก้าวเข้าไปในสังเวียนย่อมมีจุดจบเพียงอย่างเดียวคือ ตาย!

 

_____เสี่ยวเคทราบถึงเรื่องนี้ ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานเองก็รู้เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจดีว่า ดาวเคราะห์ดวงใหม่ย่อมนำไปสู่การสังหารหมู่อย่างแน่นอน ทว่าเสี่ยวเคกลับเสนอความคิดนี้ออกมาก็แสดงว่า จะต้องมั่นใจมากว่ามันสามารถปกป้องลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานได้ หรือไม่ก็เชื่อว่า ผลประโยชน์นั้นมากพอที่จะชักจูงให้ลั่วซิวเจ๋อมุ่งหน้าไปที่นั่นได้

 

_____“ลองว่ามาสิ” เมื่อเข้าใจทุกอย่างแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็ยอมวางเสี่ยวเคลงบนเตียงอีกครั้ง

 

_____ฉีหนานเองก็เดินมานั่งอยู่ข้างกายของลั่วซิวเจ๋อ… หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขาตั้งใจจะสารภาพรักกับลั่วซิวเจ๋อแล้วแท้ๆ น่าเสียดายที่เหมือนถูกภูติผีกลั่นแกล้งเสียนี่… เมื่อพลาดโอกาสไปแล้ว จะหวังให้โอกาสงามหวนกลับมาอีกครั้งย่อมเป็นไปได้ยากพอๆกับรอรับพรจากสวรรค์ก็ไม่ปาน

 

_____ฉีหนานได้แต่ลอบถอนหายใจให้กับความล้มเหลวอันน่าสงสารของตนในครั้งนี้… ช่วยไม่ได้ คงต้องรอโอกาสหน้า ขณะนี้เขาควรจะสนใจเรื่องดาวเคราะห์ดวงนั้นก่อน

 

_____เสี่ยวเคนั่งอยู่บนหมอนพลางเลียอุ้งเท้าของตน “อันที่จริงก็ไม่มีอันใดมาก เหตุผลที่ข้าอยากไปดาวเคราะห์ดวงนั้นก็เพื่อสะสมพลังงานให้เต็ม… ข้าเคยบอกพวกเจ้าว่า ตัวข้าในตอนนี้สามารถคงสภาพร่างหุ่นยนต์ได้เพียงห้านาทีเท่านั้น อีกทั้งร่างหุ่นยนต์นั่นยังไม่ใช่ร่างที่แข็งแกร่งที่สุดของข้า ถ้าอยากให้ข้าใช้พลังที่แท้จริง ก็ต้องสะสมพลังงานให้เต็มก่อน”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขยับขานั่งไขว้ห้างพลางใช้มือหนึ่งแตะปลายคางของตน ดวงตาสีครามกำลังจับจ้องมองเสี่ยวเค “เจ้าน่าจะรู้ว่า การพบดาวเคราะห์ดวงใหม่เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง… ไม่มีใครรู้ว่า มีอะไรอยู่บนดาวดวงนั้นบ้าง และ…” แววตาของเขาดูเยียบเย็น “ถ้าหากเจ้าคิดว่า ดาวเคราะห์ดวงนั้นล้ำค่ามากนักล่ะก็ เหตุใดพวกเซราฟิมถึงยอมใช้มันแลกเปลี่ยนเล่า?”

 

_____เสี่ยวเคพยักหน้าเห็นด้วย “ข้ารู้ว่า พวกเซราฟิมหน้าเลือดและร้ายกาจมาก แต่…” นัยน์ตาของเจ้าแมวไหวระริกราวกับกำลังขบขัน “แต่พวกมันไม่รู้ว่า อันที่จริง… ข้าเองก็รู้จักดาวเคราะห์ดวงนั้นเช่นกัน”

 

_____เมื่อลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานได้ยินถ้อยคำนี้ก็ถึงกับคิ้วกระตุก ความหมายของเสี่ยวเคคือ… มันรู้เรื่องดาวเคราะห์ดวงนี้มาตั้งแต่แรก?

 

_____“ถูกต้อง” เสี่ยวเคบิดตัวอย่างเกียจคร้าน “น่าเสียดายที่ตอนนั้นข้าอยู่ในสภาวะขาดพลังงานจนต้องปิดหน่วยความจำที่ไม่จำเป็นเช่นนี้ก่อน… พอได้เห็นแผนที่เมื่อสักครู่ ข้าถึงรู้ว่าข้ามีข้อมูลของดาวเคราะห์ดวงนี้อยู่แล้ว ทว่าตัวข้าในตอนนี้ไม่อาจเปิดระบบหน่วยความจำส่วนนั้นออกมาใช้ได้ ทว่าหากไปถึงดาวเคราะห์ดวงนั้นและกินแท่งพลังงานสักสองก้อนล่ะก็พอจะไหวอยู่… ว่าอย่างไร? อยากไปหรือไม่?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อลูบคางไปมา  เรื่องที่เสี่ยวเคพูดมาค่อนข้างตัดสินใจยากไม่น้อย

 

_____ดาวเคราะห์ดวงนั้นไม่ได้มีแค่พืชพลังงานสายพันธุ์ใหม่แน่ อาจมีแร่ธาตุชนิดใหม่ที่ใช้ในการเลี้ยงดูไบโอโรบอทอีกด้วย!

 

_____วัตถุดิบต่างๆที่ไบโอโรบอทกลืนกินเข้าไปในแต่ละวันเป็นสิ่งที่กำหนดการพัฒนาการของมัน หรือก็คือ ยิ่งไบโอโรบอทดูดกลืนวัสดุหรือแร่ธาตุที่แปลกใหม่ ในอนาคตมันก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

 

_____ลั่วซิวเจ๋อที่ทราบดีถึงความสำคัญของหุ่นยนต์ ย่อมไม่มีทางยอมปล่อยให้ตัวเองมีจุดอ่อนโดยเด็ดขาด แต่ก่อนเขาเคยคิดหนักเพราะวัสดุเหล่านั้นราคาแพงมากเหลือเกิน จึงจำต้องหยุดเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ไม่นึกว่า โอกาสในการกอบโกยแร่ธาตุเหล่านั้นจะมาถึงรวดเร็วปานนี้!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อครุ่นคิดพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากว่า “ไปที่ดาวเอิร์ลก่อน แล้วค่อยว่ากันใหม่”

 

_____เสี่ยวเคพยักหน้ารับ… มันทราบดีว่า ลั่วซิวเจ๋อไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอแสนเย้ายวนนี้อย่างแน่นอน แทนที่จะกล่าวว่า อีกฝ่ายกำลังใคร่ครวญว่าจะไปที่ดาวดวงนั้นหรือไม่ มิสู้บอกว่า เขากำลังครุ่นคิดถึงวิธีที่กอบโกยไปให้มากที่สุดและยังหลบหนีโดยสวัสดิภาพหรือ!

 

_____แท้ที่จริงก็เป็นอย่างที่เสี่ยวเคคาดการณ์เอาไว้ ลั่วซิวเจ๋อกำลังครุ่นคิดถึงปัญหาข้อนี้อยู่จริงๆ… การจะแย่งชิ้นเนื้อจากมือของกลุ่มโจรสลัดอวกาศถึงสามกลุ่มนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

_____ยิ่งไปกว่านั้น… โจรสลัดอวกาศพวกนั้นไม่ได้สัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ฉะนั้นข้อมูลนี้ย่อมถูกนำไปเปิดเผยต่อโจรสลัดกลุ่มอื่นอย่างรวดเร็วเป็นแน่ กว่าพวกเขาจะไปถึงดาวดวงนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีอีกสักกี่กลุ่มที่บุกเข้ามาเช่นกัน

 

_____เมื่อลองวิเคราะห์ถึงพลังความสามารถของตนอย่างละเอียด ลั่วซิวเจ๋อคิดว่า ถ้าหากตนไปที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นแล้วล่ะก็ แม้จะหาแร่ธาตุเหล่านั้นไม่พบ แต่คงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

 

_____การถกเถียงเรื่องดาวเคราะห์ดวงนั้นจึงยุติลงแต่เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะเป็นฉีหนานหรือเสี่ยวเคต่างไม่คิดจะเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

 

_____บรรยากาศภายในเรือรบอวกาศค่อยๆกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ดูเหมือนทุกคนจะไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนนัก

 

_____ความสัมพันธ์ระหว่างลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานเองก็มีความคืบหน้ามากขึ้นเช่นกัน บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอบอุ่นอ่อนหวานมากขึ้น แม้ฉีหนานจะไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้ก็ตาม

 

_____ทั้งๆที่พวกเรามิได้พูดอันใดสักคำ แต่ฉีหนานกลับรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนของลั่วซิวเจ๋อที่มีต่อเขา จนบางครั้ง… สายตาร้อนแรงของอีกฝ่ายก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกจับแก้ผ้าจนร่างกายเปลือยเปล่าเสียอย่างนั้น แต่เขาคงคิดเข้าข้างตัวเองกระมัง…

 

_____น่าอับอายเกินไปแล้ว!

 

_____แม้ฉีหนานจะแอบรู้สึกลิงโลดในใจและไม่ยอมแสดงสีหน้าใดๆให้อีกฝ่ายรับรู้ ทว่าน่าเสียดายที่ลั่วซิวเจ๋อสังเกตเห็นใบหูขึ้นสีแดงก่ำของเจ้าตัวอย่างชัดเจน… หัวใจของเจ้าหมอนี่คงกำลังปั่นป่วนอย่างหนักเป็นแน่…

 

_____“ชอบหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อกำลังนั่งโอบไหล่อยู่ข้างกายของฉีหนานพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 

_____ฉีหนานกลืนน้ำลายลงคอดังอึก… ระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนเหลือเพียงเล็กน้อยทำให้เขามองเห็นดวงหน้างามล้ำไร้ที่ติของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน ทั้งผิวเนียนขาวผ่อง นัยน์ตาสีครามสวยคล้ายห้วงทะเลลึก และกลีบปากอิ่มสีแดงสด… ฉีหนานรู้สึกเหมือนโดนมนต์เสน่ห์ สายตาของเขาจับจ้องมองเพียงริมฝีปากของลั่วซิวเจ๋อ เผลอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย อีกนิดเดียวก็…

 

_____“ไง ฉีหนาน” ทันใดนั้นสุ้มเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนพลันดังขึ้นเรียกสติฉีหนานกลับมาอีกครั้ง

 

_____ทันทีที่พบว่าตัวเองเกือบจูบกับลั่วซิวเจ๋อ เขาถึงกับสะดุ้งเฮือกสุดตัว… ขณะที่กำลังลังเลว่า ควรทำเช่นไรต่อไป อยู่ๆเอวของเขาก็ถูกกอดรัดแน่นพร้อมกับริมฝีปากของตนที่ถูกประกบแนบชิดอย่างรวดเร็ว

 

_____“อื้อๆ…” ฉีหนานพยายามขัดขืนครู่หนึ่ง พลันนึกขึ้นได้ว่า เขาเองก็อยากจูบเหมือนกันมิใช่หรือ? เช่นนั้นเขาจะขัดขืนทำบ้าอะไรเล่า… ต้องรีบจูบกลับต่างหากถึงจะถูก

 

_____เมื่อตระหนักได้ ฉีหนานก็เริ่มจูบตอบอีกฝ่ายทันที

 

_____ริมฝีปากของทั้งสองบดเบียดเข้าหากันอย่างแนบแน่น เรียวลิ้นภายในโพรงปากตวัดเกี่ยวกระหวัดโรมรันกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ฉีหนานรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆวิ่งผ่านจากโพรงปากแผ่ซ่านไปยังทั่วร่างกาย จนร่างทั้งร่างอ่อนยวบล้มลงไปในอ้อมกอดของลั่วซิวเจ๋อราวกับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขัดขืนใดๆอีก

 

_____นาเรนกำลังยืนอยู่ตรงประตูห้องนั่งเล่น เขามองเห็นลั่วซิวเจ๋อที่กำลังจูบกับฉีหนานอย่างดุเดือด เหลือบสายตาเย็นเยียบสุดขีดมายังร่างของเขาแว่บหนึ่ง

 

_____ทันทีที่สบสายตากัน นาเรนพลันรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกเหมือนถูกสายน้ำเย็นจัดในฤดูหนาวสาดใส่จนเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความหนาวเหน็บ

 

_____ดวงตาของเขาหรี่ลงเรื่อยๆและเริ่มปรากฏเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก… ทั้งๆที่เขายืนห่างจากอีกฝ่ายแค่ไม่กี่เมตร แต่นาเรนกลับรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายแข็งแกร่งดั่งขุนเขาที่ตนไร้ซึ่งกำลังที่จะต่อกรกับอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง

 

_____เขาถึงกับยกมือขึ้นมากอดอกและก้าวถอยหลังออกไปสองก้าวตามสัญชาตญาณทันที บัดนี้เขารู้แล้วว่า สิ่งที่ตนเคยพูดกับฉีหนานนั้นช่างน่าขบขันยิ่งนัก เจ้าหนุ่มหน้าสวยผู้นี้ชอบฉีหนานจริงๆ แล้วเขาดันเข้าไปตีสนิทกับฉีหนาน แถมยังคิดจะใช้ประโยชน์จากความรู้สึกรักข้างเดียวของฉีหนาน เพื่อหาโอกาสเข้าไปแทนที่อีกฝ่ายอีก… น่าหัวเราะเสียจริง!

 

_____นาเรนลอบมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าหวาดกลัวแว่บหนึ่ง ก่อนจะพบว่า อีกฝ่ายจมดิ่งอยู่ในรสจูบอันเร่าร้อนกับฉีหนานเรียบร้อยแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมาสนใจตนอีก

 

_____นาเรนถึงกับตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรงและรีบก้าวถอยหลังออกไปอีกหลายก้าว คนแบบนี้… ไม่ใช่คนที่จะเข้าไปหาเรื่องได้ เขาควรอยู่ให้ห่างจากฉีหนานดีกว่า… นอกจากจะตกเศรษฐีไม่ได้สักคนแล้ว ดันตกฉลามยักษ์ขึ้นมาแทนเสียนี่… เขาอาจไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า จะถูกฆ่าตายเช่นไร

 

_____นาเรนเป็นคนฉลาดมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อรู้ว่าหมดหวังแน่แล้ว เขาก็พร้อมที่จะเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อฉีหนานทันที… เขาพาน้องชายผู้โง่เขลาของตนกลับห้องพักอย่างเงียบงันและตั้งใจจะตักเตือนสั่งสอนอีกฝ่ายไม่ให้ออกไปอ่อยนักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งพวกนั้นอีก… เขาทราบแล้วว่า ผู้ที่สามารถสอบเข้าโรงเรียนแห่งนั้นได้ล้วนเป็นอัจฉริยะ ซึ่งพวกนักเรียนจากโรงเรียนการทหารบนดาวเคราะห์สตักฮอร์นไม่อาจเทียบได้เลยแม้แต่น้อย

 

_____แม้พวกเขาสองพี่น้องสามารถมัดใจชาวสตักฮอร์นได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะสามารถมัดใจนักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้เช่นกัน ยังห่างไกลนัก… แม้ตนอาจสูญเสียที่พึ่งพิงแห่งนี้ไป แต่ก็ไม่คิดจะเสี่ยงชีวิตของตนเด็ดขาด

 

_____“อา… เมื่อกี้…” เหมือนมีใครเรียกเรา?

 

_____รสสัมผัสที่ได้รับทำให้ฉีหนานแทบจะไม่หลงเหลือสติในการแยกแยะสิ่งอื่น เมื่อครู่เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครสักคนเรียกเขา

 

_____“เจ้าหูฝาดไปเอง” ลั่วซิวเจ๋อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยของฉีหนานเอาไว้ ก่อนจะมอบจุมพิตแสนลึกล้ำให้กับอีกฝ่ายอีกครั้ง

 

_____ฉีหนานถูกตักตวงอย่างหนักหน่วงจนสมองมึนงงไปหมด ยามที่เขาพอจะดึงสติกลับมาอีกครั้ง มันกลับถูกฉุดกระชากจนหลุดลอยหายไปอย่างรวดเร็วและไม่อาจเรียกกลับมาได้อีก

 

_____หลังจากนั้นลั่วซิวเจ๋อก็ไม่พูดอธิบายอันใด และฉีหนานเองก็ยังไม่เอ่ยคำสารภาพรักออกไปเช่นกัน ทั้งคู่อยู่ด้วยกันในสถานะที่คล้ายกับคู่รักคู่หนึ่ง ทว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนไปนัก

 

_____เนื่องจากภายในเรือรบอวกาศไม่มีห้องฝึกซ้อมจัดเตรียมเอาไว้ ฉะนั้นช่วงนี้ฉีหนานจึงเรียนเรื่องกลยุทธ์ในการต่อสู้กับลั่วซิวเจ๋อทุกวัน ซึ่งลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่ได้คาดหวังให้อีกฝ่ายกลายเป็นยอดกุนซือผู้เก่งกาจเช่นกัน เพราะฉีหนานไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี้แม้แต่น้อย ทว่าในฐานะนักรบคนหนึ่ง เขาควรมีไหวพริบมากพอที่จะรู้ทันเล่ห์กลของศัตรู อย่างน้อยที่สุดก็อย่าได้ตกหลุมพรางของศัตรูโดยง่าย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยังคงใช้หางเงือกฟาดก้นตอนที่ฉีหนานทำพลาดเช่นเคย เพียงแต่ช่วงนี้ทุกครั้งที่ฉีหนานถูกตีก้น อีกฝ่ายจะหน้าขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู ก่อนจะเดินกุมบั้นท้ายหนีไปอย่างรวดเร็ว…

 

_____ในที่สุดการเดินทางที่แสนน่าเบื่อก็สิ้นสุดลง ขณะนี้เรือรบอวกาศได้ลงจอดที่…ดาวเอิร์ลแล้ว!

 

_____ณ ท่าอากาศยานปรากฏร่างของคณาจารย์ผู้มาจากวิทยาลัยพฤกษศาสตร์ผู้หนึ่งรอคอยพวกตนอยู่ หลังจากที่อีกฝ่ายพูดคุยทักทายปราศรัยกับอาจารย์ของตนเพียงไม่กี่ประโยค อาจารย์ท่านนั้นก็รีบพาพวกเขามุ่งหน้าสู่วิทยาลัยทันที

 

_____ลั่วซิวเจ๋อลอบสังเกตพฤติกรรมของอีกฝ่าย… แม้ภายนอกจะดูเหมือนอาจารย์ผู้นี้พูดคุยต้อนรับอาจารย์ของตนอย่างกระตือรือร้น แต่แท้ที่จริง… อีกฝ่ายหาได้ตื่นเต้นยินดี แถมยังดูร้อนรนปนกระวนกระวายแปลกๆ….

 

_____ลั่วซิวเจ๋อรู้สึกแปลกใจกับสถานการณ์เช่นนี้ เพราะการแลกเปลี่ยนนักเรียนย่อมเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน ด้วยชื่อเสียงอันเลื่องลือของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง พวกตนสมควรได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีต่างหากถึงจะถูกต้อง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เล่า?

 

_____อาจารย์ผู้นั้นเหมือนจะรู้สึกตัวว่า ตนมีท่าทีผิดปกติ… อันที่จริงนอกจากลั่วซิวเจ๋อแล้ว เหล่าผองเพื่อนแห่งสาขาพฤกษศาสตร์ผู้ไม่เคยฝึกทักษะการเก็บสีหน้าทุกคนต่างมีสีหน้าสงสัยระคนไม่พอใจอย่างชัดเจน


ดีนะที่เขาไม่บรรยายหน้าน้องฉีจากมุมมองของพี่ลั่ว >/////<

ช่วงแรกๆ อืม… โอเค กำลังจะไปฮันนีมูนที่นั่น (เสียดายไม่ได้ไปกันสองคน =.,=)

ต่อมา… อื้อหืออออ… ความด้านของน้องฉีเริ่มปรากฏ น้องเค้าก็อยากนี่นา *////*

ทำไมไม่สารภาพรักไปเหรอ? น่าจะเพราะสถานที่ยังไม่พิเศษพอมั้ง 55555+ 🙂

ขอให้คืนนี้ทุกคนฝันดี หรือจะฝันถึงพี่ลั่วกับน้องฉีก็ได้นะ (ฉากไหนก็แล้วแต่เลย หึหึ)

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และทุกกำลังใจนะคะ ช่วงนี้เรย์แอบยุ่งหัวหมุนเล็กน้อย แหะๆ ขออภัยที่มาช้าจ้า 🙂

Facebook Comment